ผลรวม

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:ต้องการอ้างอิง ในทางคณิตศาสตร์ ผลรวม (แม่แบบ:Langx) หมายถึงการบวกของเซตของจำนวน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์เป็น ผลบวก (sum, total) จำนวนที่กล่าวถึงอาจเป็นจำนวนธรรมชาติ จำนวนเชิงซ้อน เมตริกซ์ หรือวัตถุอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้น ผลรวมไม่จำกัดของลำดับเรียกว่าเป็นอนุกรม

สัญกรณ์

ผลรวมของลำดับ 1, 2, 4 คือ แม่แบบ:Nowrap ดังนั้นผลบวกก็คือ 7 และเนื่องจากการบวกมีสมบัติการเปลี่ยนหมู่ จึงไม่สำคัญที่จะแปลผล แม่แบบ:Nowrap ว่าเป็น แม่แบบ:Nowrap หรือ แม่แบบ:Nowrap เพราะถึงอย่างไรก็ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ดังนั้นเครื่องหมายวงเล็บจึงมักจะถูกละทิ้งในการเขียนผลรวม นอกจากนั้นการบวกจำนวนจำกัดมีสมบัติการสลับที่ จึงทำให้ลำดับในการบวกจำนวนก่อนหรือหลังก็ไม่ส่งผลต่อผลบวกสุดท้าย (สำหรับสมบัติการสลับที่ของการบวกจำนวนไม่จำกัด ดูเพิ่มที่การลู่เข้าสัมบูรณ์)

ถ้าหากผลรวมหนึ่ง ๆ มีพจน์มากเกินไปเกินกว่าจะเขียนให้แยกออกจากกัน มักจะย่อด้วยจุดไข่ปลาตรงตำแหน่งพจน์ที่หายไป ตัวอย่างเช่น ผลรวมของจำนวนธรรมชาติตั้งแต่ 1 ถึง 100 เขียนได้เป็น แม่แบบ:Nowrap

สัญกรณ์ซิกมาตัวใหญ่

คณิตศาสตร์มีสัญกรณ์พิเศษมาใช้เพื่อที่จะเขียนผลรวมให้กะทัดรัดมากขึ้น นั่นคือ สัญลักษณ์ผลรวม ∑ (U+2211) โดยยืมมาจากอักษรกรีกซิกมาตัวใหญ่ Σ ซึ่งนิยามการใช้ไว้ว่า

i=mnxi=xm+xm+1+xm+2++xn1+xn

ตัวห้อยที่อยู่ข้างล่าง i เป็นสัญลักษณ์แทนดัชนีของผลรวม m คือขอบเขตล่างของผลรวม และ n คือขอบเขตบนของผลรวม การที่กำหนดให้ แม่แบบ:Nowrap หมายความว่าดัชนี i เริ่มตั้งแต่ค่าที่เท่ากับ m พจน์ถัดไปจะถูกสร้างขึ้นโดยเพิ่มค่า i ขึ้นไปทีละหนึ่งของค่าก่อนหน้า และหยุดเมื่อ แม่แบบ:Nowrap เราสามารถใช้ตัวแปรอื่นแทน i ก็ได้ เช่น

k=26k2=22+32+42+52+62=90

ถึงแม้ว่าชื่อของตัวแปรดัชนีจะไม่มีความสำคัญ เรามักจะใช้อักษรละตินช่วงกลาง (i ไปถึง q) เพื่อใช้แสดงจำนวนเต็มถ้าหากเกิดความสับสนขึ้น

บางครั้งเราอาจพบการเขียนแบบไม่เป็นทางการ โดยการตัดดัชนีและขอบเขตของผลรวมออกไป เมื่อสิ่งเหล่านี้ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้วในบริบท เช่น

xi2 จะมีความหมายเทียบเท่ากับ i=1nxi2

หรืออาจพบรูปแบบการใส่เงื่อนไขทางตรรกะลงไปแทน ซึ่งผลรวมนั้นตั้งใจที่จะบวกค่าที่ตรงตามเงื่อนไขเข้าด้วยกันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น

0k<100f(k)

คือผลรวมของ f (k) บนทุกจำนวนเต็ม k ที่อยู่ในช่วงดังกล่าว

xSf(x)

คือผลรวมของ f (x) บนทุกสมาชิก x ในเซต S และ

d|nμ(d)

คือผลรวมของ μ (d) บนทุกจำนวนเต็ม d ที่หาร n ได้ลงตัว เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกทางหนึ่งเพื่อนำเสนอแทนการใช้สัญลักษณ์ผลรวมจำนวนมาก เราอาจยุบเข้าด้วยกันได้ เช่น

, จะมีความหมายเหมือนกับ

สัญกรณ์ภาษาโปรแกรม

ในภาษาโปรแกรมบางภาษาใช้สัญกรณ์อย่างย่อแทนผลรวมคล้ายกับสัญกรณ์คณิตศาสตร์ อย่างเช่นภาษาไพทอน

sum (x[m:n+1])

ภาษาฟอร์แทรนและแมตแล็บ

sum (x(m:n))

ภาษาเจ

+/x

ส่วนในภาษาอื่น ๆ ที่ไม่มีสัญกรณ์แทนผลรวม ก็ต้องเขียนเป็นการวนรอบแทน เช่นภาษาวิชวลเบสิก/วีบีสคริปต์

Sum = 0
For I = M To N
    Sum = Sum + X (I)
Next I

หรือภาษาซี/ซีพลัสพลัส/ซีชาร์ป/จาวา สมมติว่าตัวแปรที่เกี่ยวข้องถูกกำหนดค่าแล้ว

int i;
int sum = 0;
for (i = m; i <= n; i++) {
    sum += x[i];
}

ในบางกรณี การวนรอบก็สามารถย่อให้สั้นลงได้ อย่างเช่นภาษาเพิร์ล

$sum = 0;
$sum += $x[$_] for ($m..$n) ;

ภาษารูบี

x[m..n].inject{|a,b| a+b}
x[m..n].inject (0) {|a,b| a+b}

สำหรับภาษาซีพลัสพลัส สามารถเรียกใช้ฟังก์ชันจากไลบรารีมาตรฐานได้

std::accumulate (&x[m], &x[n + 1], 0)

สังเกตว่าตัวอย่างข้างต้นจะเริ่มต้นด้วยการกำหนดให้ตัวแปรผลบวกเป็น 0 ซึ่งเป็นสมาชิกเอกลักษณ์สำหรับการบวก แต่บางภาษาจะกำหนดให้โดยอัตโนมัติ และค่ากลับคืนของตัวอย่างทั้งหมดข้างต้น จะได้เป็นสเกลาร์ค่าหนึ่ง

กรณีพิเศษ

มีความเป็นไปได้ที่ผลรวมจะประกอบขึ้นจากสมาชิกน้อยกว่า 2 ตัว

  • ถ้าผลรวมมีพจน์เดียวคือ x ดังนั้นผลบวกก็เท่ากับ x กรณีนี้จะเกิดเมื่อ m = n ตามนิยามข้างบน
  • ถ้าผลรวมไม่มีพจน์ใดอยู่เลย ดังนั้นผลบวกก็เท่ากับ 0 เพราะว่า 0 เป็นเอกลักษณ์การบวก ผลรวมชนิดนี้เรียกว่า ผลรวมว่าง กรณีนี้จะเกิดเมื่อ m > n หรือไม่มีสมาชิกใดตรงตามเงื่อนไขที่ระบุในผลรวม

การประมาณค่าด้วยปริพันธ์

การประมาณค่าของผลรวม สามารถคำนวณได้จากความสัมพันธ์ระหว่างผลรวมกับปริพันธ์ต่อไปนี้ สำหรับฟังก์ชันเพิ่ม f

s=a1bf(s) dsi=abf(i)s=ab+1f(s) ds

และฟังก์ชันลด f

s=ab+1f(s) dsi=abf(i)s=a1bf(s) ds

ส่วนการประมาณค่าแบบทั่วไป ดูได้ที่ สูตรออยเลอร์-แมคลอริน (Euler-Maclaurin formula)

สำหรับฟังก์ชัน f ที่สามารถหาปริพันธ์ได้ในช่วง [a, b] ค่าของปริพันธ์สามารถประมาณค่าได้ด้วยผลบวกรีมันน์ (Riemann sum) ตัวอย่างเช่น สูตรต่อไปนี้คือผลบวกรีมันน์ข้างซ้ายที่แบ่งช่วงเป็น n ส่วนเท่ากัน

bani=0n1f(a+iban)abf(x) dx

ซึ่งการประมาณค่านี้จะแม่นยำมากขึ้น เมื่อ n มีค่ามากขึ้น (ถูกแบ่งเป็นส่วนมากขึ้น) จนเข้าใกล้อนันต์

limnbani=0n1f(a+iban)=abf(x) dx

เอกลักษณ์

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเอกลักษณ์ที่เกี่ยวกับผลรวมที่สำคัญ

n=stCf(n)=Cn=stf(n) เมื่อ C เป็นค่าคงตัว (ดูเพิ่มที่การคูณสเกลาร์)
i=snf(C)=(ns+1)f(C) เมื่อ C เป็นค่าคงตัว
n=stf(n)+n=stg(n)=n=st[f(n)+g(n)]
n=stf(n)=n=s+pt+pf(np)
n=sjf(n)+n=j+1tf(n)=n=stf(n)
i=mnx=(nm+1)x
i=1nx=nx เป็นนิยามของการคูณ เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มซึ่งเป็นตัวคูณของ x
i=mni=(nm+1)(n+m)2 (ดูเพิ่มที่อนุกรมเลขคณิต)
i=0ni=i=1ni=(n)(n+1)2 (กรณีพิเศษของอนุกรมเลขคณิต)
i=1ni2=n(n+1)(2n+1)6=n33+n22+n6
i=1ni3=(n(n+1)2)2=n44+n32+n24=[i=1ni]2
i=1ni4=n(n+1)(2n+1)(3n2+3n1)30=n55+n42+n33n30
i=0nip=(n+1)p+1p+1+k=1pBkpk+1(pk)(n+1)pk+1 เมื่อ Bk เป็นจำนวนแบร์นูลลีตัวที่ k

i=mnxi=xn+1xmx1 (ดูเพิ่มที่อนุกรมเรขาคณิต)
i=0nxi=xn+11x1 (กรณีพิเศษของสูตรก่อนหน้านี้ เมื่อ m = 0)
i=0ni2i=2+2n+1(n1)
i=0ni2i=2n+1n22n
i=0nixi=x(1x)2(xn(n(x1)1)+1)
i=0ni2xi=x(1x)3(1+x(n+1)2xn+(2n2+2n1)xn+1n2xn+2)

i=0n(ni)=2n (ดูเพิ่มที่สัมประสิทธิ์ทวินาม)
i=0n1(ik)=(nk+1)
(iai)(jbj)=ijaibj

(iai)2=2ij<iaiaj+iai2
n=abf(n)=n=baf(n)
n=stf(n)=n=tsf(n)
n=0tf(2n)+n=0tf(2n+1)=n=02t+1f(n)
n=0ti=0z1f(zn+i)=n=0zt+z1f(n)
b^[n=stf(n)]=n=stb^f(n) (ดูเพิ่มที่ผลคูณของอนุกรม)
n=stlnf(n)=lnn=stf(n)
limtn=atf(n)=n=af(n) (ดูเพิ่มที่ลิมิตอนันต์)
(a+b)n=i=0n(ni)a(ni)bi สำหรับการกระจายทวินาม
n=b+1bn2b2=n=12b12n
(i=1nfi(x))=i=1nfi(x)
limni=0nf(a+bani)ban=abf(x)dx

อัตราการเติบโต

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการประมาณค่าอัตราการเติบโต โดยใช้สัญกรณ์ทีตา

i=1nic=Θ(nc+1) สำหรับจำนวนจริง c ที่มากกว่า −1
i=1n1i=Θ(logn)
i=1nci=Θ(cn) สำหรับจำนวนจริง c ที่มากกว่า 1
i=1nlog(i)c=Θ(nlog(n)c) สำหรับจำนวนจริง c ที่ไม่เป็นลบ
i=1nlog(i)cid=Θ(nd+1log(n)c) สำหรับจำนวนจริง c, d ที่ไม่เป็นลบทั้งหมด
i=1nlog(i)cidbi=Θ(ndlog(n)cbn) สำหรับจำนวนจริง b > 1, c, d ที่ไม่เป็นลบทั้งหมด

ดูเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:คอมมอนส์-หมวดหมู่