เอสเธอร์ 2
แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล
เอสเธอร์ 2 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทที่ 2 ของหนังสือเอสเธอร์ในคัมภีร์ฮีบรูหรือพันธสัญญาเดิมในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn ไม่ทราบว่าผู้เขียนหนังสือเอสเธอร์เป็นใคร นักวิชาการสมัยใหม่พิสูจน์ได้ว่าขั้นสุดท้ายของต้นฉบับภาษาฮีบรูน่าจะถูกเขียนเมื่อศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาลแม่แบบ:Sfn บทที่ 1 และ 2 มีฐานะเป็นบทเปิดเรื่องของหนังสือเอสเธอร์แม่แบบ:Sfn บทที่ 2 เป็นการแนะนำโมรเดคัยและเอสเธอร์บุตรสาวบุญธรรมผู้มีความงามที่ชนะใจกษัตริย์อาหสุเอรัสและได้สวมมงกุฎเป็นราชินีแห่งเปอร์เซีย (วรรค 17)แม่แบบ:Sfn โมรเดคัยล่วงรู้ถึงแผนการปลงพระชนม์กษัตริย์ของผู้ประสงค์ร้าย จึงทูลเอสเธอร์ให้นำความขึ้นทูลเตือนกษัตริย์ (วรรค 21–22) ผู้คิดการลอบปลงพระชนม์จึงถูกประหารชีวิตบนตะแลงแกง และกษัตริย์ทรงติดหนี้ชีวิตต่อโมรเดคัยแม่แบบ:Sfn
ต้นฉบับ

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู แบ่งออกเป็น 23 วรรคตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
พยานต้นฉบับ
บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn
ยังมีคำแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; B; ศตวรรษที่ 4) ฉบับซีนาย (Codex Sinaiticus; S; BHK: S; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; A; ศตวรรษที่ 5)แม่แบบ:Sfn
การตัดสินพระทัยของกษัตริย์ที่จะแสวงหาราชินีองค์ใหม่ (2:1–4)
เพื่อจะหาผู้มาเป็นราชินีแห่งเปอร์เซียหลังการปลดวัชทีจากตำแหน่ง กษัตริย์จึงทรงตัดสินพระทัยจะให้หาหญิงงามจากทั่วแผ่นดินเพื่อตัดสินใจหาผู้จะขึ้นเป็นราชินีตามคำแนะนำของข้าราชการของพระองค์แม่แบบ:Sfn
วรรค 3
- และขอกษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้แทนพระองค์ในทุกมณฑลแห่งราชอาณาจักรของพระองค์ ให้รวบรวมหญิงสาวพรหมจารีที่งดงามทุกคนมายังฮาเร็มในสุสาเมืองป้อม ให้อยู่ในอารักขาของเฮกัย ขันทีของกษัตริย์ผู้ดูแลสตรี และขอประทานเครื่องสำอางแก่พวกนาง[1]
เอสเธอร์ได้รับเข้าราชสำนัก (2:5–11)
วรรค 5
- ยังมียิวคนหนึ่งในสุสาเมืองป้อม ชื่อโมรเดคัย บุตรยาอีร์ ผู้เป็นบุตรชิเมอี ผู้เป็นบุตรคีช คนเบนยามิน[4]
วรรค 6
- คือคีช ผู้ถูกเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลนกวาดต้อนจากเยรูซาเล็มไปพร้อมกับเชลยและเยโคนิยาห์กษัตริย์ยูดาห์[5]
วรรค 7
- ท่านได้เลี้ยงดูฮาดาชาห์คือ เอสเธอร์ บุตรหญิงของลุงของท่านเพราะเธอไม่มีบิดามารดา หญิงสาวคนนี้รูปงามและชวนมอง เมื่อบิดามารดาของเธอสิ้นชีวิตแล้ว โมรเดคัยก็รับเธอมาเป็นบุตร[6]
วรรค 10
- เอสเธอร์ไม่ได้เปิดเผยเรื่องชาติกำเนิดของเธอ เพราะโมรเดคัยกำชับเธอไม่ให้บอกใคร[7]
- "เปิดเผย" (THSV11; TNCV; NTV; THA-ERV): หรือ "บอกให้ทราบ" (TH1971; ThaiKJV) เอสเธอร์ทรงสามารถปกปิดชาติกำเนิดของพระองค์ที่เป็นชาวยิวได้เป็นอย่างดี บ่งบอกว่าพระองค์ไม่ได้ทรงปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับอาหารและศาสนาของชาวยิวอย่างสม่ำเสมอ (ตรงกันข้ามกับดาเนียล)[8]
- "ชาติกำเนิดของเธอ": ในภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า "ประชาชนของเธอและญาติของเธอ"[9] วลีเดียวกันในภาษาฮีบรูนี้ปรากฏในเอสเธอร์ 2:20 เช่นกันแต่สลับลำดับคำเป็น "ญาติของพระนางและประชาชนของพระนาง"[10] ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน (THSV11) แปลเป็น "ชาติกำเนิดของเธอ" ในวรรค 10 และ "ชาติกำเนิดของพระนาง" ในวรรค 20
เอสเธอร์ขึ้นเป็นราชินี (2:12–18)

ส่วนนี้ประกอบด้วยคำอธิบายของระเบียบการเสริมความงามเป็นเวลา 12 เดือนสำหรับหญิงผู้จะรับการคัดเลือกเป็นราชินีแห่งเปอร์เซีย และยังบ่งบอกถึงลักษณะของเอสเธอร์ว่าอาจมี 'เสน่ห์มาแต่กำเนิด' ทำให้เอสเธอร์แตกต่างจากหญิงคนอื่น ๆ และท้ายที่สุดจึงได้รับเลือกเป็นราชินีแม่แบบ:Sfn
วรรค 12
- เมื่อถึงเวร หญิงสาวทุกคนจะเข้าไปเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัส หลังจากได้เตรียมตัวตามระเบียบของหญิงเป็นเวลาสิบสองเดือนแล้ว (และนี่เป็นเวลาปกติสำหรับประทินผิว คือชโลมกายด้วยน้ำมันกำยานหกเดือน และด้วยเครื่องเทศและเครื่องสำอางของผู้หญิงอีกหกเดือน)[11]
- "ตามระเบียบของหญิง": จากภาษาฮีบรู "ตามกฎหมายของหญิง"[12]
วรรค 16
- เขาได้พาเอสเธอร์เข้าไปเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัสในพระราชสำนัก ในเดือนสิบซึ่งเป็นเดือนเทเบทในปีที่เจ็ดแห่งรัชกาลของพระองค์[13]
เวลาที่อ้างถึงในวรรคนี้อยู่ในช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ของ 478 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากกษัตริย์เซอร์ซีสเสด็จกลับมายังสุสาหลังสงครามกับชาวกรีก ดังนั้นความล่าช้าในการตั้งราชินีแทนที่วัชทีจึงสามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะกษัตริย์เซอร์ซีสทรงไม่อยู่เป็นเวลานานเพราะเสด็จไปทำศึกกับกรีก[14]
โมรเดคัยล่วงรู้แผนปลงพระชนม์กษัตริย์ (2:19–23)

ส่วนนี้บันทึกถึงเรื่องที่โมรเดคัยได้ยินแผนการลอบพระชนม์กษัตริย์จึงนำความทูลเอสเธอร์ เอสเธอร์จึงทรงสามารถช่วยชีวิตกษัตริย์จากข้อมูล "ในนามของโมรเดคัย" (วรรค 22)แม่แบบ:Sfn เหตุการณ์นี้บอกล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ในอนาคตซึ่งมีกลายเป็นเหตุที่ืทำให้โมรเดคัยได้รางวัลในบทที่ 6แม่แบบ:Sfn
วรรค 20
- ส่วนพระนางเอสเธอร์นั้นไม่ได้ทรงให้ใครทราบถึงชาติกำเนิดของพระนางดังที่โมรเดคัยกำชับพระนางไว้ เพราะพระนางเอสเธอร์ทรงเชื่อฟังโมรเดคัยเหมือนเมื่อครั้งที่พระนางทรงอยู่ในความดูแลของท่าน[15]
- "ไม่ได้ทรงให้ใครทราบ": เอสเธอร์ทรงสามารถปกปิดชาติกำเนิดของพระองค์ที่เป็นชาวยิวได้เป็นอย่างดี บ่งบอกว่าพระองค์ไม่ได้ทรงปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับอาหารและศาสนาของชาวยิวอย่างสม่ำเสมอ (ตรงกันข้ามกับดาเนียล)[8]
- "ชาติกำเนิดของพระนาง": ในภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า "ญาติของพระนางและประชาชนของพระนาง" วลีเดียวกันในภาษาฮีบรูนี้ปรากฏในเอสเธอร์ 2:10 เช่นกันแต่สลับลำดับคำเป็น "ประชาชนของเธอและญาติของเธอ"[10] ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน (THSV11) แปลเป็น "ชาติกำเนิดของเธอ" ในวรรค 10 และ "ชาติกำเนิดของพระนาง" ในวรรค 20
- "โมรเดคัยกำชับพระนางไว้": ในส่วนท้ายของวลีนี้ ในคัมภีร์ไบเบิลภาษากรีกเซปทัวจินต์มีความว่า "ให้ทรงยำเกรงพระเจ้า"[16]
วรรค 21
- ในครั้งนั้น เมื่อโมรเดคัยกำลังนั่งอยู่ที่ประตูพระราชวัง บิกธานและเทเรช ขันทีสองคนของกษัตริย์ ผู้เฝ้าธรณีประตูมีความโกรธและหาโอกาสลอบปลงพระชนม์กษัตริย์อาหสุเอรัส[17]
- "บิกธาน": เรียกด้วยชื่อ "บิกธานา" ซึ่งเป็นการสะกดชื่ออีกแบบหนึ่งในเอสเธอร์ 6:2[18][19]
ดูเพิ่ม
- เซอร์ซีสที่ 1
- สุสา
- ส่วนในคัมภีร์ไบเบิลที่เกี่ยวข้อง: นางรูธ 4, เนหะมีย์ 1, ดาเนียล 6, ดาเนียล 8
หมายเหตุ
อ้างอิง
บรรณานุกรม
- แม่แบบ:Cite book
- แม่แบบ:Cite book
- แม่แบบ:Cite book
- แม่แบบ:Cite book
- แม่แบบ:Cite book
- แม่แบบ:Cite journal
- แม่แบบ:Cite book
- Turner, L. A. (2013). Desperately Seeking YHWH: Finding God in Esther's "Acrostics". Interested Readers. Essays on the Hebrew Bible in Honor of David J. A. Clines, 183–193.
- แม่แบบ:Cite book
อ่านเพิ่มเติม
แหล่งข้อมูลอื่น
- คำแปลในศาสนายูดาห์:
- Esther - Chapter 2 (Judaica Press) translation [with Rashi's commentary] at Chabad.org
- คำแปลในศาสนาคริสต์:
- Online Bible at GospelHall.org (ESV, KJV, Darby, American Standard Version, Bible in Basic English)
- Book of Esther Chapter 2. Bible Gateway
- เอสเธอร์ 2. ยูเวอร์ชัน
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:3 ใน NKJV
- ↑ หมายเหตุ [b] ของเอสเธอร์ 2:3 ใน NKJV
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ 8.0 8.1 หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:20 ใน NET Bible
- ↑ หมายเหตุของเอสเธอร์ 2:20 ใน THSV11
- ↑ 10.0 10.1 หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:10 ใน NET Bible
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:12 ใน NET
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ Ellicott, C. J. (Ed.) (1905). Ellicott's Bible Commentary for English Readers. Esther 2. London : Cassell and Company, Limited, [1905-1906] Online version: (OCoLC) 929526708. Accessed 28 April 2019.
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ หมายเหตุ [b] ของเอสเธอร์ 2:20 ใน NET Bible
- ↑ แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
- ↑ หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:21 ใน NKJV
- ↑ หมายเหตุ [a] ของเอสเธอร์ 2:21 ใน NET