ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม
ในพีชคณิต ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม (แม่แบบ:Langx) หรือทฤษฎีบทเล็กของเบซู (ตั้งชื่อตามเอเตียน เบซู (Étienne Bézout))[1] เป็นการประยุกต์ใช้การหารพหุนามแบบยุคลิด (Euclidean division of polynomial) ซึ่งทฤษฎีบทนี้กล่าวว่าเศษเหลือจากการหารพหุนาม ด้วยพหุนามเชิงเส้น เท่ากับ และ เป็นตัวหารของ ก็ต่อเมื่อ [2] เป็นคุณสมบัติที่เรียกว่าทฤษฎีบทตัวประกอบ (factor theorem)
ตัวอย่าง
ตัวอย่าง 1
ให้ การหารพหุนาม ด้วย ให้ผลหาร และเหลือเศษ เพราะฉะนั้น
ตัวอย่าง 2
แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามเป็นจริงกับพหุนามดีกรี 2 ใด ๆ ด้วยการจัดรูปพีชคณิต:
คูณทั้งสองฝั่งด้วย (x − r) ได้
ในเมื่อ เป็นเศษเหลือ เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า
การพิสูจน์
ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามตามมาจากขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดสำหรับพหุนามที่บอกว่าเมื่อกำหนดพหุนามสองตัวแม่แบบ:Math (ตัวตั้งหาร) และ แม่แบบ:Math (ตัวหาร) จะมีพหุนามผลหาร แม่แบบ:Math และพหุนามเศษเหลือ แม่แบบ:Math เพียงชุดเดียวที่สอดคล้องกับสมการ
- และ หรือ
ถ้าตัวหาร เมื่อ r เป็นค่าคงตัว ก็อาจเป็นได้ทั้ง แม่แบบ:Math หรือมีดีกรี 0 ซึ่งในทั้งสองกรณี แม่แบบ:Math เป็นค่าคงตัวที่ขึ้นอยู่กับ แม่แบบ:Math คือ
เมื่อกำหนดให้ ในสูตรนี้แล้วก็จะได้:
มีการพิสูจน์ที่ต่างกันเล็กน้อยซึ่งอาจดูพื้นฐานกว่าสำหรับบางคน เริ่มต้นจากการสังเกตว่า เป็นผลรวมเชิงเส้นของพจน์ในรูป ซึ่งแต่ละพจน์สามารถหารได้ด้วย เพราะ
การประยุกต์
ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามสามารถใช้เพื่อหา ด้วยการคำนวนหาเศษเหลือ แต่การหารยาวพหุนาม (polynomial long division) ก็ยากกว่าการหาค่าฟังก์ชันไปเลย และการหารสังเคราะห์ (synthetic division) คำนวณได้ง่ายกว่า ดังนั้นเราอาจสามารกหาค่าของฟังก์ชันได้ด้วยการใช้การหารสังเคราะห์และทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม
ทฤษฎีบทตัวประกอบเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีบทเศษเหลืออีกเรื่องหนึ่ง: ถ้าเศษเหลือเท่ากับศูนย์ ตัวหารสมการเชิงเส้นนั้นเป็นตัวประกอบของพหุนาม สามารถหาตัวประกอบของพหุนามได้ด้วยการใช้ทฤษฎีบทตัวประกอบซ้ำหลายครั้ง[3]
อ้างอิง
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ Larson, Ron (2014), College Algebra, Cengage Learning
- ↑ Larson, Ron (2011), Precalculus with Limits, Cengage Learning