ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ในพีชคณิต ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม (แม่แบบ:Langx) หรือทฤษฎีบทเล็กของเบซู (ตั้งชื่อตามเอเตียน เบซู (Étienne Bézout))[1] เป็นการประยุกต์ใช้การหารพหุนามแบบยุคลิด (Euclidean division of polynomial) ซึ่งทฤษฎีบทนี้กล่าวว่าเศษเหลือจากการหารพหุนาม f(x) ด้วยพหุนามเชิงเส้น xr เท่ากับ f(r) และ xr เป็นตัวหารของ f(x) ก็ต่อเมื่อ f(r)=0[2] เป็นคุณสมบัติที่เรียกว่าทฤษฎีบทตัวประกอบ (factor theorem)

ตัวอย่าง

ตัวอย่าง 1

ให้ f(x)=x312x242 การหารพหุนาม f(x) ด้วย (x3) ให้ผลหาร x29x27 และเหลือเศษ 123 เพราะฉะนั้น f(3)=123

ตัวอย่าง 2

แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามเป็นจริงกับพหุนามดีกรี 2 f(x)=ax2+bx+c ใด ๆ ด้วยการจัดรูปพีชคณิต:

f(x)xr=ax2+bx+cxr=ax2arx+arx+bx+cxr=ax(xr)+(b+ar)x+cxr=ax+(b+ar)(xr)+c+r(b+ar)xr=ax+b+ar+c+r(b+ar)xr=ax+b+ar+ar2+br+cxr

คูณทั้งสองฝั่งด้วย (x − r) ได้

f(x)=ax2+bx+c=(ax+b+ar)(xr)+ar2+br+c

ในเมื่อ R=ar2+br+c เป็นเศษเหลือ เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า f(r)=R

การพิสูจน์

ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามตามมาจากขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดสำหรับพหุนามที่บอกว่าเมื่อกำหนดพหุนามสองตัวแม่แบบ:Math (ตัวตั้งหาร) และ แม่แบบ:Math (ตัวหาร) จะมีพหุนามผลหาร แม่แบบ:Math และพหุนามเศษเหลือ แม่แบบ:Math เพียงชุดเดียวที่สอดคล้องกับสมการ

f(x)=Q(x)g(x)+R(x) และ R(x)=0 หรือ deg(R)<deg(g)

ถ้าตัวหาร g(x)=xr เมื่อ r เป็นค่าคงตัว ก็อาจเป็นได้ทั้ง แม่แบบ:Math หรือมีดีกรี 0 ซึ่งในทั้งสองกรณี แม่แบบ:Math เป็นค่าคงตัวที่ขึ้นอยู่กับ แม่แบบ:Math คือ

f(x)=Q(x)(xr)+R

เมื่อกำหนดให้ x=r ในสูตรนี้แล้วก็จะได้:

f(r)=R

มีการพิสูจน์ที่ต่างกันเล็กน้อยซึ่งอาจดูพื้นฐานกว่าสำหรับบางคน เริ่มต้นจากการสังเกตว่า f(x)f(r) เป็นผลรวมเชิงเส้นของพจน์ในรูป xkrk ซึ่งแต่ละพจน์สามารถหารได้ด้วย xr เพราะ xkrk=(xr)(xk1+xk2r++xrk2+rk1)

การประยุกต์

ทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนามสามารถใช้เพื่อหา f(r) ด้วยการคำนวนหาเศษเหลือ R แต่การหารยาวพหุนาม (polynomial long division) ก็ยากกว่าการหาค่าฟังก์ชันไปเลย และการหารสังเคราะห์ (synthetic division) คำนวณได้ง่ายกว่า ดังนั้นเราอาจสามารกหาค่าของฟังก์ชันได้ด้วยการใช้การหารสังเคราะห์และทฤษฎีบทเศษเหลือพหุนาม

ทฤษฎีบทตัวประกอบเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีบทเศษเหลืออีกเรื่องหนึ่ง: ถ้าเศษเหลือเท่ากับศูนย์ ตัวหารสมการเชิงเส้นนั้นเป็นตัวประกอบของพหุนาม สามารถหาตัวประกอบของพหุนามได้ด้วยการใช้ทฤษฎีบทตัวประกอบซ้ำหลายครั้ง[3]

อ้างอิง

แม่แบบ:Reflist

  1. แม่แบบ:Cite journal
  2. Larson, Ron (2014), College Algebra, Cengage Learning
  3. Larson, Ron (2011), Precalculus with Limits, Cengage Learning