ตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สัญลักษณ์ตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว

ในตรรกศาสตร์เชิงพิสูจน์ ตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว (แม่แบบ:Langx) หรือ ตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด เป็นหนึ่งในตัวบ่งปริมาณ ซึ่งใช้แทนคำว่า "สำหรับ...ใด ๆ" หรือ "ฟอร์ออล" หมายความว่าภาคแสดงนั้นเป็นจริงสำหรับสมาชิกใด ๆ ในโดเมน หรือก็คือ สมาชิกทุกตัวในโดเมนนั้น ๆ สอดคล้องกับเงื่อนไขที่กำหนด

การบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ∀ ร่วมกับตัวแปร เช่น "∀x", "∀(x)" หรือบางทีเขียน "(x)" แบบโดด ๆ จะแทนข้อความที่ว่า สำหรับ x ใด ๆ หรือ สำหรับทุก x

ตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัวแตกต่างจากตัวบ่งปริมาณสำหรับตัวมีจริง ซึ่งจะใช้เฉพาะสมาชิกในโดเมนอย่างน้อยที่สุดหนึ่งตัวเท่านั้น (ดูหัวข้อใหญ่ที่ตัวบ่งปริมาณ)

รหัสของสัญลักษณ์นี้ในระบบยูนิโคดคือ แม่แบบ:Unichar และ \forall ในระบบ LaTeX

พื้นฐาน

เราทราบกันดีว่าข้อความด้านล่างนี้จริง

"20=0+0 และ 21=1+1 และ 22=2+2 เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ"

ข้อความนี้ดูเหมือนจะประพจน์ที่อาศัยการเชื่อมเชิงตรรกศาสตร์เชื่อมประพจน์เข้าด้วยกัน เพราะมีการใช้ "และ" แบบซ้ำ ๆ แต่อย่างไรก็ดี วลีที่ว่า "เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ" ไม่มีความหมายในระบบตรรกศาสตร์รูปนัยได้ ข้อความดังกล่าวจะต้องเขียนใหม่เป็น:

"n:n;2n=n+n"

ข้อความที่เขียนใหม่ข้างต้นเป็นสูตรที่จัดดีแล้วในระบบตรรกศาสตร์อันดับหนึ่ง อีกนัยหนึ่งคือ สูตรที่เขียนนั้นมีความหมาย

รูปประโยคข้างต้นจะรัดกุมมากกว่าประพจน์แรก เพราะว่า ถึงแม้เราอาจตีความวลี "เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ" ว่ารวมเอาเฉพาะจำนวนธรรมชาติเท่านั้น แต่ทำให้เกิดความกำกวมและไม่รัดกุม การใช้ตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัวร่วมกับการระบุเอกภพสัมพัทธ์เจาะจงถึงจำนวนธรรมชาติโดยเฉพาะจะรัดกุมกว่า

ประพจน์นี้เป็นจริง เพราะว่า เมื่อเราแทนค่า n ด้วยจำนวนธรรมชาติใด ๆ แล้ว ภาคแสดง "2n=n+n" จะเป็นจริง

ตัวอย่างถัดไป พิจารณาประพจน์

n:n;2n>2+n

ซึ่งเป็นเท็จ เพราะถ้า n ถูกแทนที่ด้วย 1 ภาคแสดงด้านหลังก็จะกลายเป็น 21>2+1 ซึ่งเป็นเท็จ จำนวนธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นไปตามเงื่อนไขนี้ก็จริง แต่แค่มีตัวใดตัวหนึ่งทำให้เงื่อนไขนี้เป็นเท็จ (สำหรับตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด) ก็มากพอที่จะพิสูจน์ว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นเท็จ

แต่ในทางตรงกันข้าม หากพิจารณาเฉพาะ n ใด ๆ ที่เป็นจำนวนประกอบ ประพจน์ข้างต้นจะกลายเป็นจริงทันที นี่แสดงให้เห็นว่าการระบุเอกภพสัมพัทธ์ที่ใช้ในการพิจารณาเป็นเรื่องสำคัญ อนึ่ง เราสามารถใช้เงื่อนไขเชิงตรรกศาสตร์เข้ามาเพื่อเปลี่ยนเอกภพสัมพัทธ์ของประพจน์ได้ ตัวอย่างเช่น ข้อความที่ว่า

"สำหรับจำนวนประกอบ n ใด ๆ เราจะได้ว่า 2n>2+n"

สมมูลกับ

"สำหรับจำนวนธรรมชาติ n ใด ๆ ถ้า n เป็นจำนวนประกอบ แล้วเราจะได้ว่า 2n>2+n"

ดูเพิ่ม

ในตรรกศาสตร์อันดับหนึ่ง สัญลักษณ์ตัวบ่งปริมาณ (ตัว "A" กลับหัวในฟอนต์ตระกูล Sans-Seri, ยูนิโคด U+2200) ใช้แทนตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว เกอร์ฮาร์ท เกนท์เซนเป็นคนแรกที่ใช้สัญลักษณ์นี้ในปี ค.ศ. 1935

ตัวบ่งประมาณสำหรับทุกตัว จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อระบุตัวแปรของตัวบ่งปริมาณ และตามหลังด้วยภาคแสดงเท่านั้น นั่นคือ ถ้า P(n) เป็นภาคแสดง และ x เป็นตัวแปร แล้ว (x)(P(x)) จะเป็นสูตรที่จัดดีแล้วในระบบตรรกศาสตร์อันดับหนึ่ง ในหลาย ๆ ครั้งเราละการเขียนวงเล็บเหลือเพียง xP(x) แทน

นอกจากนี้ เราสามารถระบุเอกภพสัมพัทธ์ของตัวแปรได้โดยกำหนดให้ (xA)(P(x)) หรือ (x:xA)(P(x)) แทนประพจน์ (x)(xAP(x))

ตัวอย่างเช่น หากกำหนดให้ P(n) แทนภาคแสดง "2n>2+n" และ เป็นเซตของจำนวนธรรมชาติ แล้ว

(n)(P(n)) ซึ่งก็คือ (n)(2n>2+n)

จะเป็นสูตรที่จัดดีแล้ว (ซึ่งเป็นเท็จ)

เช่นกัน หากกำหนด Q(n) แทนภาคแสดง "n เป็นจำนวนประกอบ" แล้ว

(n)(Q(n)P(n))

เป็นสูตรที่จัดดีแล้ว (ซึ่งเป็นจริง)

สมบัติ

การนิเสธ

ฟังก์ชันประพจน์หรือภาคแสดงเมื่อระบุตัวบ่งปริมาณพร้อมกับตัวแปร แล้วจะเป็นประพจน์ ดังนั้น ฟังก์ชันที่มีตัวบ่งปริมาณก็มีนิเสธได้ ส่วนใหญ่สัญลักษณ์แทนการนิเสธใช้ ¬ อนึ่ง อาจใช้ตัวหนอน (~) แทน

ตัวอย่างเช่น ถ้า P(x) เป็นภาคแสดงแทนประโยคที่ว่า "x แต่งงานแล้ว" และกำหนดเอกภพสัมพัทธ์ 𝐗 คือเซตของมนุษย์ทุกคน

ข้อความที่ว่า "มนุษย์ทุกคนแต่งงานแล้ว" จะสามารถเขียนแทนได้ด้วย

x𝐗P(x)

ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าประพจน์นี้เป็นเท็จอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นนิเสธของประพจน์นี้ต้องเป็นจริง ซึ่งก็คือ

"¬(x𝐗P(x))" เป็นจริง

ถ้าข้อความที่ว่า "มนุษย์ทุกคนแต่งงานแล้ว" ไม่จริง และเมื่อเอกภพสัมพัทธ์ไม่ใช่เซตว่าง จะต้องได้ว่ามีคนอย่างน้อยหนึ่งคนที่ยังไม่แต่งงาน ซึ่งทำให้ภาคแสดงเป็นเท็จ ดังนั้น นิเสธของ x𝐗P(x) จะสมมูลกับ "มี x เป็นมนุษย์บางคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน" ซึ่งก็คือประพจน์ที่ว่า

x𝐗¬P(x)

โดยนัยทั่วไปแล้ว นิเสธของตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด คือตัวบ่งปริมาณแบบบางตัว และสมมูลกันตามเงื่อนไขดังนี้

¬ x𝐗P(x) x𝐗¬P(x)

ข้อควรระวังคือ ประโยค "ทุกคนยังไม่ได้แต่งงาน" (หรือ "ไม่มีใครเลยที่แต่งงานแล้ว") มีความหมายแตกต่างจาก "ไม่ใช่ทุกคนที่แต่งงานแล้ว" (หรือ "มีคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน") หรือก็คือ

 ¬ x𝐗P(x) x𝐗¬P(x)≢ ¬ x𝐗P(x) x𝐗¬P(x)

ตัวเชื่อมอื่นๆ

ตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด (และบางตัว) เมื่อใช้ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ , , , และ↚ เมื่อสลับตำแหน่ง ตัวบ่งปริมาณจะไม่เปลี่ยนไป อาทิ :

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

ในทางตรงกันข้าม เมื่อเป็น , , , และ ตัวบ่งปริมาณจะเปลี่ยนไป

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y))

P(x)(y𝐘Q(y)) y𝐘(P(x)Q(y)),providedthat𝐘

กฎการอนุมานของตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว

กฎการอนุมานเป็นกฎใช้สรุปผลจากเหตุหรือจากสมมติฐาน มีกฎการอนุมานอยู่หลายกฎที่ใช้กับตัวบ่งปริมาณสำหรับทุกตัว

การกำหนดเฉพาะจากการอ้างทั้งหมด [1] (แม่แบบ:Langx) กล่าวไว้ว่า ถ้าฟังก์ชันของประพจน์นั้นๆเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าเป็นจริง ดังนั้น ตัวนั้นจะต้องเป็นจริงกับสมาชิกใด ๆ ในเอกภพสัมพัทธ์ หรือเขียนได้ในรูป :

(x𝐗P(x)) P(c)

เมื่อ c เป็นสมาชิกใด ๆ ในเอกภพสัมพัทธ์

การสรุปทั้งหมดจากการกำหนดเฉพาะ[1] (แม่แบบ:Langx) กล่าวไว้ว่า ถ้าฟังก์ชันของประพจน์นั้นๆจะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน ถ้ามันเป็นจริงต่อสมาชิกใดๆ หาก c แทนสมาชิกของเอกภพสัมพัทธ์ใด ๆ จะเขียนได้ในรูป :

P(c) (x𝐗(P(x)))

สมาชิก c ต้องเป็นสมาชิกไม่เจาะจงใด ๆ ของเอกภพสัมพัทธ์

เซตว่าง

โดยปกติแล้ว รูปแบบ (x)(P(x)) นั้นจะเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าP(x) จะเป็นภาคแสดงใด : ดูที่ค่าความจริงว่าง

การปิดแบบทั้งหมด

การปิดแบบทั้งหมด (แม่แบบ:Langx) ของสูตร ϕ เป็นสูตรที่ไม่มีตัวแปรอิสระที่ได้จากการเติมตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมดให้แก่ตัวแปรอิสระใด ๆ ใน ϕ ตัวอย่างเช่น การปิดแบบทั้งหมดของ

P(y)xQ(x,z)

คือ

yz(P(y)xQ(x,z))

นัยทั่วไปของตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด

ในทฤษฎีแคทิกอรี และทฤษฎีทอพอพื้นฐาน ตัวบ่งปริมาณแบบทั้งหมด เป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่าเป็นแอดจอยน์ทางขวา (Right adjoint) ของฟังก์เตอร์ระหว่างสองพาวเวอร์เซต ฟังก์เตอร์ภาพผกผันของฟังก์ชันระหว่างสองเซตมองได้คล้ายกันว่าเป็นตัวบ่งปริมาณแบบบางตัวเป็นแอดจอยน์ทางซ้าย[2]

ให้ X เป็นเซตใดๆ และ 𝒫X แทนพาวเวอร์เซตของ X

สำหรับฟังก์ชัน f:XY ใด ๆ ระหว่างเซต X และ Y จะมีฟังก์เตอร์ภาพผกผัน f*:𝒫Y𝒫X ระหว่างพาวเวอร์เซต ที่ส่งซับเซตของโคโดเมนของ f คืนให้ซับเซตของโดเมนของตัวมันเอง แอดจอยน์ทางซ้ายของฟังก์เตอร์นี้คือตัวบ่งปริมาณแบบบางตัว (f) ส่วนแอดจอยน์ด้านซ้ายเป็นตัวบ่งปริมาณแบบทุกตัว (f)

นั่นคือ ฟังก์เตอร์ f:𝒫X𝒫Y เป็นฟังก์เตอร์ที่สำหรับเซต SX ใด ๆ จะคืนค่าเป็นซับเซต fSY กำหนดโดย

fS={yY|xX. f(x)=yxS}

นั่นคือ y อยู่ในอิมเมจของ S ภายใต้ f

ในทำนองเดียวกัน ฟังก์เตอร์ f:𝒫X𝒫Y เป็นฟังก์เตอร์ที่สำหรับแต่ละเซต SX จะคืนค่าเป็นสับเซต fSY กำหนดโดย

fS={yY|xX. f(x)=yxS}

นั่นคือ y เป็นสมาชิกที่พรีอิมเมจภายใต้ f อยู่ใน X ทั้งหมด


เราสามารถทำกลับให้ได้ตัวบ่งปริมาณแบบปรกติที่ใช้ในตรรกศาสตร์อันดับแรก โดยให้ f ข้างต้นเป็นฟังก์ชันเอกลักษณ์ !:X1 ที่ทำให้ 𝒫(1)={T,F} เป็นเซตที่มีสมาชิกสองตัวแทนจริงและเท็จตามลำดับ แล้วซับเซต S เป็นซับเซตที่ทำให้ S(x) เป็นจริง และ

𝒫(!):𝒫(1)𝒫(X)TXF{}

!S=x.S(x)

จะเป็นจริง หาก S ไม่ใช่เซตว่าง และ

!S=x.S(x)

จะเป็นเท็จ หาก S ไม่ใช่ X


ตัวบ่งปริมาณสามารถขยายออกไปใช้กับแคทิกอรีพรีชีฟได้

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์, 2564
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Universal_quantification#cite_note-3

บรรณานุกรม