การแปลงฟูรีเยต่อเนื่อง

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:ต้องการอ้างอิง แม่แบบ:ลิงก์ไปภาษาอื่น การแปลงฟูรีเยต่อเนื่อง (แม่แบบ:Langx) เป็นตัวดำเนินการเชิงเส้นแบบหนึ่งซึ่งทำการแมพฟังก์ชันหนึ่งไปยังอีกฟังก์ชันหนึ่ง อีกนัยหนึ่งการแปลงฟูรีเยนั้นเป็นการแยกองค์ประกอบของฟังก์ชัน ตามสเปกตรัมของความถี่ที่มีค่าต่อเนื่อง และใช้หมายถึง ค่าสัญญาณใน "โดเมนของความถี่" ในทางฟิสิกส์และวิศวกรรม

(ดูเพิ่มเติมที่บทความหลัก การแปลงฟูรีเย)

นิยาม

สมมุติ f เป็นฟังก์ชัน ที่มีค่าเป็นจำนวนเชิงซ้อน และสามารถหาปริพันธ์ลูเบกได้ การแปลงฟูรีเยต่อเนื่อง F และการแปลงกลับ จะกำหนดโดย

การแปลงฟูรีเยต่อเนื่อง การแปลงกลับ
{f(t)}=F(ω)=12πf(t)eiωtdt 1{F(ω)}=f(t)=12πF(ω)eiωtdω

โดยที่ จำนวนจริง ω คือค่าความถี่เชิงมุม และมีค่าของการแปลง F(ω) เป็นจำนวนเชิงซ้อน ประกอบด้วย ขนาด และ มุม ขององค์ประกอบของฟังก์ชัน f(t) ที่แต่ละความถี่

สัมประสิทธิ์ของการปรับขนาด (normalization factor) 1/2π ที่อยู่ในส่วนการแปลง และ การแปลงกลับนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยมีเงื่อนไขที่ผลคูณของสัมประสิทธิ์การแปลงไปและกลับ จะต้องเท่ากับ 1/2π เช่น อาจเลือกสัมประสิทธิ์ของการแปลงเท่ากับ 1 และสัมประสิทธิ์ของการแปลงกลับเท่ากับ 1/2π (ซึ่งเป็นค่าที่นิยมใช้ในทางฟิสิกส์และวิศวกรรม ส่วนค่าสัมประสิทธิ์ที่ใช้ในนิยามด้านบนนั้นนิยมใช้ในทางคณิตศาสตร์เนื่องจากความสมมาตร) เหตุผลของเงื่อนไขผลคูณของสัมประสิทธิ์นี้ เพื่อให้การแปลงครบรอบนั้นเป็นการแปลงเอกลักษณ์ เช่น เมื่อทำการแปลง f(t) ไปเป็น F(ω) และแปลงกลับ จะได้ f(t) โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด เรียกคุณสมบัติว่า ยูนิแทรี (unitary)

ในทางฟิสิกส์และวิศวกรรม อาจใช้การแปลงไปเป็นฟังก์ชันของความถี่ แทนที่จะเป็นความถี่เชิงมุม ω นิยมใช้สัญลักษณ์ f หรือ ν แทนความถี่โดยที่ f=2πω

ตารางต่อไปนี้สรุปการแปลงฟูรีเยต่อเนื่องแบบต่างๆ ที่นิยมใช้ เพื่อป้องกันความสับสน ในตารางข้างล่างนี้ f หมายถึงความถึ่ ส่วนฟังก์ชัน ใช้ x(t) แทน f(t) ส่วนเนื้อหาในหัวข้อถัดๆไป จะใช้การแปลงแบบแรกในตารางเป็นหลัก

สรุปรูปแบบที่นิยมของการแปลงฟูรีเย
ความถี่เชิงมุม
ω
(rad/s)
ยูนิแทรี X1(ω) =def 12πx(t) eiωtdt =12πX2(ω)=12πX3(ω2π)

x(t)=12πX1(ω) eiωtdω 

ไม่เป็นยูนิแทรี X2(ω) =def x(t) eiωt dt =2π X1(ω)=X3(ω2π)

x(t)=12πX2(ω) eiωt dω 

ความถี่
f
(hertz)
ยูนิแทรี X3(f) =def x(t) ei2πft dt =2π X1(2πf)=X2(2πf)

x(t)=X3(f) ei2πftdf 

รูปทั่วไป

คู่ของการแปลงไปกลับดังกล่าวข้างต้น จึงสามารถเขียนอยู่ในรูปทั่วไปดังนี้

F(ω)=|b|(2π)1a+f(t)eibωtdt f(t)=|b|(2π)1+a+F(ω)eibωtdω

โดยที่ ค่าคงที่ a และ b เป็นจำนวนจริงใด ๆ ที่สามารถเลือกได้โดยอิสระตามบริบท ของการประยุกต์ใช้งาน ตามบริบทของบทความนี้ในนิยามข้างต้นเลือก (a,b)=(0,1) สำหรับการแปลงไม่เป็นยูนิทารี (a,b)=(1,1)

ค่า a และ b ที่นิยมใช้ใน การประมวลผลสัญญาณคือ (a,b)=(0,2π) ซึ่งในกรณีนี้ ω จะหมายถึงความถี่ (แทนที่จะเป็นความถี่เชิงมุม) และมักจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ν หรือ f ในกรณีที่ a และ b เป็นค่าที่มีหน่วย ผลคูณของทั้งสองจะต้องเป็นค่าทีไม่มีหน่วย เช่น หาก a มีหน่วยเวลา b จะมีหน่วยเป็น เฮิรตซ์ หรือ เรเดียนต่อวินาที

การแปลงในมิติที่สูงขึ้น

สำหรับฟังก์ชัน f(x) ของ เวกเตอร์ x ซึ่งเป็นเวกเตอร์ในปริภูมิมิติ N และ k (หรือเรียก เวกเตอร์คลื่น) เป็นเวกเตอร์ในปริภูมิของการแปลง การแปลงฟูรีเยต่อเนื่องจะกำหนดโดย

F(𝐤)=(12π)NNf(𝐱)ei𝐤𝐱d𝐱

โดยที่ dx เป็นอนุภาคของปริมาตรในมิติ N และสัญลักษณ์การคูณในค่ายกกำลัง หมายถึง การคูณภายใน (dot product) และจากคุณสมบัติ ออทอโกนัล ในมิติ N:

δ(𝐤)=(12π)NNe±i𝐤𝐱d𝐱

เราจะได้การแปลงกลับ ดังนี้:

f(𝐱)=(12π)NNF(𝐤)e+i𝐤𝐱d𝐤

คู่ของการแปลง

ตรารางแสดงคู่ของการแปลงที่สำคัญ โดยใช้การแปลงตามนิยามในตอนต้นของบทความ โดยที่สัญลักษณ์ f(t)F(ω) หมายถึง {f(t)}=F(ω)

คุณสมบัติ ฟังก์ชัน ผลการแปลงฟูรีเย
f(t),g(t) F(ω),G(ω)
ความเป็นเชิงเส้น af(t)+bg(t) aF(ω)+bG(ω)
การสลับ * F(t) f(ω)
การเลื่อน (translation) f(ta) eiωaF(ω)
การมอดูเลต (modulation) eiatf(t) F(ωa)
สังยุค (conjugation) f(t) F(ω)
การสเกล f(ta) |a|F(aω)
การคอนโวลูท (convolution) * (f*g)(t) 2πF(ω)G(ω)
การคูณ * f(t)g(t) 12π(F*G)(ω)
อนุพันธ์ของเวลา f(n)(t) (iω)nF(ω)
อนุพันธ์ของความถี่ (it)nf(t) F(n)(ω)
ปฏิยานุพันธ์ของเวลา tf(τ)dτ 1iωF(ω)+πF(0)δ(ω)

หมายเหตุ : * คือ คู่ของการแปลง ที่อาจมีสัมประสิทธิ์ 1,2π,2π แตกต่างไป ขึ้นกับสัมประสิทธิ์ของการปรับขนาดที่ใช้ในนิยามของการแปลง แม่แบบ:โครงคณิตศาสตร์