โยชูวา 2

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล โยชูวา 2 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทที่ 2 ของหนังสือโยชูวาในคัมภีร์ฮีบรูหรือในพันธสัญญาเดิมของคัมภีร์ไบเบิลในศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn ตามธรรมเนียมในศาสนายูดาห์เชื่อว่าหนังสือเขียนขึ้นโดยโยชูวาร่วมด้วยมหาปุโรหิตเอเลอาซาร์และฟีเนหัส[1][2] แต่นักวิชาการยุคปัจจุบันมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เฉลยธรรมบัญญัติซึ่งครอบคลุมเรื่องราวตั้งแต่หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติถึงหนังสือพงศ์กษัตริย์ฉบับที่ 2 เขียนโดยผู้เขียนศาสนายาห์เวห์ผู้รักชาติและศรัทธาในสมัยของโยสิยาห์กษัตริย์ยูดาห์นักปฏิรูปในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล[2]แม่แบบ:Sfn บทที่ 2 ของหนังสือโยชูวาเน้นไปที่เรื่องราวของเหล่าผู้สอดแนมที่โยชูวาส่งเข้าไปในเมืองเยรีโค และเรื่องราวการพบกับราหับของเหล่าผู้สอดแนมแม่แบบ:Sfn เป็นส่วนหนึ่งของตอนที่ประกอบด้วยโยชูวา 1:1–5:12 เกี่ยวกับการเข้าสู่ดินแดนคานาอันแม่แบบ:Sfn

ต้นฉบับ

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู แบ่งออกเป็น 24 วรรค

พยานต้นฉบับ

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับไคโร (Codex Cairensis; ค.ศ. 895), ฉบับอะเลปโป (Aleppo Codex; ศตวรรษที่ 10) และ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfn ชิ้นส่วนที่มีข้อความบางส่วนของบทนี้ในภาษาฮีบรูถูกพบในม้วนหนังสือเดดซี ได้แก่ XJoshua (XJosh, X1; 50 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีวรรค 4-5 หลงเหลืออยู่แม่แบบ:Sfn[3]แม่แบบ:Sfn และ 4Q48 (4QJoshแม่แบบ:Sup; 100–50 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีวรรค 11-12 หลงเหลืออยู่แม่แบบ:Sfn[3]แม่แบบ:Sfn[4]

ต้นฉบับโบราณที่หลงเหลืออยู่ของคำแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; 𝔊B; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; 𝔊A; ศตวรรษที่ 5)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn ชิ้นส่วนของเซปทัวจินต์ภาษากรีกที่มีบทนี้ถูกพบในต้นฉบับอย่างสำเนาต้นฉบับวอชิงตัน 1 (Washington Manuscript I; คริสต์ศตวรรษที่ 5) และพบฉบับย่อของเซปทัวจินต์ในม้วนโยชูวาที่มีภาพประกอบ[5][6]

การอ้างอิงในพันธสัญญาใหม่

วิเคราะห์

เรื่องเล่าการเข้าสู่ดินแดนคานาอันของชาวอิสราเอลประกอบด้วยวรรค 1:1 ถึง 5:12 ของหนังสือโยชูวา และมีโครงเรื่องดังต่อไปนี้:แม่แบบ:Sfn

A. การเตรียมเข้าแผ่นดิน (1:1–18)
1. พระบัญชาต่อโยชูวา (1:1–9)
2. บัญชาต่อเหล่าผู้นำ (1:10–11)
3. การสนทนากับเผ่าตะวันออก (1:12–18)
B. ราหับและผู้สอดแนมในเยรีโค (2:1–24)
1. คำสั่งถึงผู้สอดแนม (2:1a)
2. การลวงกษัตริย์แห่งเยรีโค (2:1b–7)
3. คำสาบานต่อราหับ (2:8–21)
4. รายงานถึงโยชูวา (2:22–24)
C. ข้ามแม่น้ำจอร์แดน (3:1–4:24)
1. การเตรียมการในช่วงต้นเพื่อข้ามแม่น้ำ (3:1–6)
2. บัญชาในการข้ามแม่น้ำ (3:7–13)
3. การข้ามแม่น้ำอย่างอัศจรรย์: ส่วนที่ 1 (3:14–17)
4. ศิลาจารีกสิบสองก้อน: ส่วนที่ 1 (4:1–10a)
5. การข้ามแม่น้ำอย่างอัศจรรย์: ส่วนที่ 2 (4:10b–18)
6. ศิลาจารีกสิบสองก้อน: ส่วนที่ 2 (4:19–24)
D. การเข้าสุหนัตและพิธีปัสกา (5:1–12)
1. ความกลัวของชาวคานาอัน (5:1)
2. การเข้าสุหนัต (5:2–9)
3. พิธีปัสกา (5:10–12)

ราหับรับผู้สอดแนม (2:1–7)

ราหับรับและซ่อนตัวผู้สอดแนม โดย Frederick Richard Pickersgill (ค.ศ. 1881)

เรื่องเล่าในบทนี้ดูมีลักษณะเป็นบทคั่น แต่แท้จริงแล้วเรื่องราวนี้ให้ข้อมูลภูมิหลังสำหรับเรื่องราวการข้ามแม่น้ำจอร์แดนและยุทธการที่เยรีโคแม่แบบ:Sfn การส่งผู้สอดแนมออกไปเป็นไปตามแบบอย่างที่โมเสสเคยทำ (กันดารวิถี 13, เฉลยธรรมบัญญัติ 1:21–23; เปรียบเทียบกับโยชูวา 7:2–3)แม่แบบ:Sfn แต่ผลแตกต่างจากภารกิจก่อนหน้าซึ่งให้ผลล้มเหลวในการยึดแผ่นดินแห่งพระสัญญาเพราะความกลัว (กันดารวิถี 13–14) ครั้งนี้ผู้สอดแนมต่างสนับสนุนประชาชนให้รุดหน้าไป (วรรคที่ 24; ตรงกันข้ามกับกันดารวิถี 13:31–33)แม่แบบ:Sfn ราหับกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวโดยเป็นบุคคลที่มีชื่อเพียงคนเดียวในเรื่องราวนี้แม่แบบ:Sfn และควบคุมทุกการกระทำในเรื่องราว โดยเธอให้ข้อมูลแก่ผู้สอดแนม ปกป้องและแนะนำที่ปลอดภัยให้ผู้สอดแนม ในขณะที่ผู้สอดแนม, กษัตริย์ของเยรีโคและเจ้าหน้าที่ของพระองค์ไม่มีการระบุชื่อแม่แบบ:Sfn

วรรคที่ 1

ต่อมาโยชูวาบุตรนูนส่งชายสองคนจากเมืองชิทธีมเป็นการลับไปสอดแนม กล่าวว่า "จงไปตรวจดูแผ่นดินนั้น โดยเฉพาะเมืองเยรีโค" เขาทั้งสองก็ไป เข้าไปในบ้านของหญิงโสเภณีคนหนึ่งชื่อราหับ และพักอยู่ที่นั่น [8]
  • "ชิทธีม": ถูกระบุว่าเป็น "Tell el-Ḥammām" ในปัจจุบันบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ตรงข้ามกับเยรีโคแม่แบบ:Sfn ในที่นี้เขียนเป็นรูปแบบสั้นเช่นเดียวกับในกันดารวิถี 25:1 ไม่ใช่รูปแบบยาวว่า "อาเบลชิทธิม" อย่างในกันดารวิถี 33:49แม่แบบ:Sfn

คำสาบานต่อราหับ (2:8–24)

"ราหับปล่อยให้ผู้สอดแนมหนี" ภาพพิมพ์แกะไม้ในปี ค.ศ. 1860 โดย Julius Schnorr von Karolsfeld

การเผยความเชื่อของราหับ (วรรค 8–11) หนุนใจผู้สอดแนมในความเชื่อต่อพระสัญญาของพระเจ้า (เปรียบเทียบกับอพยพ 23:27; กันดารวิถี 22:3) ในขณะที่ราหับกล่าวย้อนให้ระลึกถึงชัยชนะในฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนในฐานะประจักษ์พยานว่าพวกเขาก็จะได้รับความสำเร็จในคานาอัน (เฉลยธรรมบัญญัติ 3:21-2) และด้วยเหตุนี้ราหับจึงร้องขอให้ชีวิตของตัวเธอและครอบครัวได้รับการ 'แสดงความเมตตา' (ภาษาฮีบรู: hesed; วรรค 12) ด้วยการเชื่ออย่างคาดหวังในความสัมพันธ์แห่งพันธสัญญา (เปรียบเทียบกับ 1 ซามูเอล 20:8)แม่แบบ:Sfn ผู้สอดแนมตกลงแล้วสาบานโดยใช้ชีวิตของตนเป็นประกันความปลอดภัยของราหับและครอบครัว (วรรค 14,19) หากราหับไม่ 'เปิดเผยภารกิจนี้ของเรากับใคร' (วรรค 14, 20) แม้ว่าแนวคิดเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์จะเรียกร้องให้สังหารชาวเมืองเยรีโคทุกคนก็ตาม (เฉลยธรรมบัญญัติ 2:32–37; 7:1–5; 20:16–18).แม่แบบ:Sfn

วรรค 14

ชายนั้นจึงตอบนางว่า "ชีวิตของเราเพื่อชีวิตของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าไม่เปิดเผยภารกิจนี้ของเรากับใคร เราจะมีความเมตตาและซื่อสัตย์ต่อเจ้า เมื่อพระยาห์เวห์ประทานแผ่นดินนี้แก่เรา"[9]
  • "ภารกิจนี้ของเรา": หมายถึงภารกิจของผู้สอดแนมเป็นหลัก ไม่ได้หมายถึงการพิชิตคานาอันที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะการที่ชาวอิสราเอลกำลังจะพิชิตคานาอันนั้นเป็นสิ่งที่รู้กันโดยทั่วไปในหมู่ชาวคานาอันทั้งหมดอยู่แล้ว (วรรค 9–11)แม่แบบ:Sfn

ดูเพิ่ม

หมายเหตุ

แม่แบบ:รายการหมายเหตุ

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

แม่แบบ:Refbegin

แม่แบบ:Refend

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:หนังสือโยชูวา

  1. Talmud, Baba Bathra 14b-15a)
  2. 2.0 2.1 Gilad, Elon. Who Really Wrote the Biblical Books of Kings and the Prophets? Haaretz, June 25, 2015. Summary: The paean to King Josiah and exalted descriptions of the ancient Israelite empires beg the thought that he and his scribes lie behind the Deuteronomistic History.
  3. 3.0 3.1 Dead sea scrolls - Joshua
  4. 4Q48 at the Leon Levy Dead Sea Scrolls Digital Library
  5. แม่แบบ:Cite web
  6. แม่แบบ:Cite journal
  7. Joshua 2, Berean Study Bible
  8. แม่แบบ:อิงไบเบิล พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน
  9. แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11