โยชูวา 1

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล โยชูวา 1 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทแรกของหนังสือโยชูวาในคัมภีร์ฮีบรูหรือในพันธสัญญาเดิมของคัมภีร์ไบเบิลในศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn ตามธรรมเนียมในศาสนายูดาห์เชื่อว่าหนังสือเขียนขึ้นโดยโยชูวาร่วมด้วยมหาปุโรหิตเอเลอาซาร์และฟีเนหัส[1][2] แต่นักวิชาการยุคปัจจุบันมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เฉลยธรรมบัญญัติซึ่งครอบคลุมเรื่องราวตั้งแต่หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติถึงหนังสือพงศ์กษัตริย์ฉบับที่ 2 เขียนโดยผู้เขียนศาสนายาห์เวห์ผู้รักชาติและศรัทธาในสมัยของโยสิยาห์กษัตริย์ยูดาห์นักปฏิรูปในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล[2]แม่แบบ:Sfn บทที่ 1 ของหนังสือโยชูวาเน้นไปที่ภารกิจของโยชูวาในฐานะผู้นำของชาวอิสราเอลหลังการเสียชีวิตของโมเสสแม่แบบ:Sfn เป็นส่วนหนึ่งของตอนที่ประกอบด้วยโยชูวา 1:1–5:12 เกี่ยวกับการเข้าสู่ดินแดนคานาอันแม่แบบ:Sfn

ต้นฉบับ

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู แบ่งออกเป็น 16 วรรค

พยานต้นฉบับ

ไฟล์:Washington Manuscript I - Deuteronomy and Joshua (Codex Washingtonensis).jpg
"สำเนาต้นฉบับวอชิงตัน 1" (Wแม่แบบ:Sup) ต้นฉบับภาษากรีกในศตวรรษที่ 5 ที่ประกอบด้วยช่วงปลายของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติและช่วงต้นของหนังสือโยชูวา

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับไคโร (Codex Cairensis; ค.ศ. 895), ฉบับอะเลปโป (Aleppo Codex; ศตวรรษที่ 10) และ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfn ชิ้นส่วนที่มีข้อความบางส่วนของบทนี้ในภาษาฮีบรูถูกพบในม้วนหนังสือเดดซี ได้แก่ XJoshua (XJosh, X1; 50 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีวรรค 9–12 หลงเหลืออยู่แม่แบบ:Sfn[3]แม่แบบ:Sfn

ต้นฉบับโบราณที่หลงเหลืออยู่ของคำแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; 𝔊B; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; 𝔊A; ศตวรรษที่ 5)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn ชิ้นส่วนของเซปทัวจินต์ภาษากรีกที่มีบทนี้ถูกพบในต้นฉบับอย่างสำเนาต้นฉบับวอชิงตัน 1 (Washington Manuscript I; คริสต์ศตวรรษที่ 5) และพบฉบับย่อของเซปทัวจินต์ในม้วนโยชูวาที่มีภาพประกอบ[4][5]

การอ้างอิงในพันธสัญญาเดิม

วิเคราะห์

เรื่องเล่าการเข้าสู่ดินแดนคานาอันของชาวอิสราเอลประกอบด้วยวรรค 1:1 ถึง 5:12 ของหนังสือโยชูวา และมีโครงเรื่องดังต่อไปนี้:แม่แบบ:Sfn

A. การเตรียมเข้าแผ่นดิน (1:1–18)
1. พระบัญชาต่อโยชูวา (1:1–9)
2. บัญชาต่อเหล่าผู้นำ (1:10–11)
3. การสนทนากับเผ่าตะวันออก (1:12–18)
B. ราหับและผู้สอดแนมในเยรีโค (2:1–24)
1. คำสั่งถึงผู้สอดแนม (2:1a)
2. การลวงกษัตริย์แห่งเยรีโค (2:1b–7)
3. คำสาบานต่อราหับ (2:8–21)
4. รายงานถึงโยชูวา (2:22–24)
C. ข้ามแม่น้ำจอร์แดน (3:1–4:24)
1. การเตรียมการในช่วงต้นเพื่อข้ามแม่น้ำ (3:1–6)
2. บัญชาในการข้ามแม่น้ำ (3:7–13)
3. การข้ามแม่น้ำอย่างอัศจรรย์: ส่วนที่ 1 (3:14–17)
4. ศิลาจารีกสิบสองก้อน: ส่วนที่ 1 (4:1–10a)
5. การข้ามแม่น้ำอย่างอัศจรรย์: ส่วนที่ 2 (4:10b–18)
6. ศิลาจารีกสิบสองก้อน: ส่วนที่ 2 (4:19–24)
D. การเข้าสุหนัตและพิธีปัสกา (5:1–12)
1. ความกลัวของชาวคานาอัน (5:1)
2. การเข้าสุหนัต (5:2–9)
3. พิธีปัสกา (5:10–12)

พระบัญชาต่อโยชูวา (1:1–9)

ส่วนนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากเรื่องเล่าการเร่ร่อนของชาวอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารไปสู่การตั้งถิ่นฐานในดินแดนคานาอันซึ่งพระยาห์เวห์ทรงให้สัญญากับประชากรของพระองค์ (วรรคที่ 3-4; เทียบกับปฐมกาล 15:17-21; อพยพ 3:17; เฉลยธรรมบัญญัติ 1:7-8) ในฐานะบทโหมโรงของหนังสือโยชูวาแม่แบบ:Sfn โมเสสนำชาวอิสราเอลมาตั้งแต่การอพยพจากอียิปต์ผ่านช่วงเวลาในถิ่นทุรกันดาร แต่ตัวโมเสสเองจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินแห่งพระสัญญา ส่วนโยชูวาจะได้เข้าไป ดังนั้นพระบัญชาต่อโยชูวาในการสืบทอดตำแหน่งผู้นำถัดจากโมเสสจึงเป็นจุดเน้นของเรื่องเล่านี้โดยอ้างถึงการเสียชีวิตของโมเสสที่เชื่อมโยงกับความปิดท้ายของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ (หนังสือเล่มสุดท้ายของโทราห์)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Sfn ความสัมพันธ์ระหว่างโมเสสและโยชูวามีบันทึกไว้เป็นอย่างดีในอพยพ 17:8–16; กันดารวิถี 27:12–23 และหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ (1:37–38; 3:21–28; 31:1–23; 34:9)แม่แบบ:Sfn คำกล่าวแรกของบทนี้ (วรรคที่ 2–9) คือพระบัญชาของพระเจ้าต่อโยชูวาในการข้ามแม่น้ำจอร์แดน เพื่อที่ชาวอิสราเอลจะได้เข้าครอบครองดินแดน (วรรคที่ 6) และส่งมอบเอกสิทธิ์กับหน้าที่ของโมเสสให้กับโยชูวาแม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Sfn องค์ประกอบของการส่งมอบนี้ได้แก่

  1. กำลังใจต่อโยชูวา (วรรคที่ 6, 7, 9)
  2. ภารกิจในการยึดครองดินแดนเพื่อประชาชน (วรรคที่ 6) โดยมีความหมายถึงการแบ่งดินแดนให้กับเผ่าต่าง ๆ (โยชูวา 13–19)
  3. คำรับรองว่าพระเจ้าสถิตอยู่กับเขา (วรรคที่ 9)

เหล่านี้เป็นการย้อนถึงบัญญัติเกี่ยวกับ 'กษัตริย์' (เฉลยธรรมบัญญัติ 17:14–20) ซึ่งหมายถึงทุกคนที่จะเป็นผู้นำในอิสราเอลแม่แบบ:Sfn ตำแหน่งพิเศษของโยชูวาคือพระสัญญาของพระยาห์เวห์เรื่องการทรงสถิตอยู่เหนือโยชูวาโดยเฉพาะ (วรรคที่ 9) ในขณะที่โยชูวางตัวเองอยู่ภายใต้อำนาจแห่งบัญญัติของพระเจ้าที่ทรงประทานแก่โมเสส (วรรคที่ 7)แม่แบบ:Sfn

วรรคที่ 1

ต่อมาหลังจากที่โมเสสผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์สิ้นชีวิตแล้ว พระยาห์เวห์ตรัสกับโยชูวาบุตรนูนผู้ช่วยโมเสสว่า[7]
  • "ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์" (แม่แบบ:Lang, ‘e-ḇeḏ Yah-weh[8]): วลีนี้แสดงถึงทั้งความสัมพันธ์และความรับผิดชอบ และยังใช้ในความอื่น ๆ เกี่ยวกับโมเสส (อพยพ 14:31; เฉลยธรรมบัญญัติ 34:5) และที่เกี่ยวกับกษัตริย์ดาวิด (2 ซามูเอล 7:5)แม่แบบ:Sfn
  • "ผู้ช่วยโมเสส": จากภาษาแม่แบบ:Langx, mə-šā-rêṯ mō-šeh[8] "มนตรี" หรือ "ผู้ช่วย" ของโมเสส "ผู้รับใช้โมเสส"แม่แบบ:Sfn นี่เป็นคำเรียกฐานะของโยชูวาที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องในโทราห์ (อพยพ 24:13; 33:11; กันดารวิถี 11:28) เป็นบทบาทสำคัญโดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการทรงสถิตของพระเจ้าเหนือเขา และเป็นเหตุผลสำคัญในการตั้งให้เขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของโมเสส (ภายหลังหลังได้รับการยืนยันโดยการวางมือของโมเสสบนโยชูวา; เฉลยธรรมบัญญัติ 34:9)แม่แบบ:Sfn จากฐานะที่เป็น 'รองจากโมเสส' โยชูวาจึงได้รับบัญชาให้แทนที่โมเสสแม่แบบ:Sfn ซึ่งมีการกล่าวซ้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งในวรรคที่ 5 (เปรียบเทียบกับอพยพ 3:12 สำหรับโมเสส)แม่แบบ:Sfn เมื่อถึงบั้นปลายชีวิต ในที่สุดโยชูวาจึงได้รับการเรียกว่าเป็น "ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์" (โยชูวา 24:29)แม่แบบ:Sfn

วรรคที่ 2

"โมเสสผู้รับใช้ของเราสิ้นชีวิตแล้ว บัดนี้เจ้าและชนชาตินี้ทั้งหมดจงลุกขึ้นข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ ไปยังแผ่นดินซึ่งเรายกให้พวกเขา คือประชาชนอิสราเอล"[9]
  • "โมเสสผู้รับใช้ของเราสิ้นชีวิตแล้ว": การเสียชีวิตของโมเสส (เฉลยธรรมบัญญัติ 34) เป็นสิ่งที่เตรียมไว้เพื่อการบัญชาแก่โยชูวา เพราะพระเจ้าไม่อนุญาตให้โมเสสเข้าไปในแผ่นดินแห่งพระสัญญา (เฉลยธรรมบัญญัติ 32:48–52)แม่แบบ:Sfn

โยชูวารับพระบัญชา (1:10–18)

ในวรรคที่ 10–11 โยชูวาบัญชาครั้งแรกแก่ 'เจ้าหน้าที่ทั้งหมดของประชาชน' (สันนิษฐานว่าเป็นบทบาทเดียวกับในอพยพ 5:10-19; เลือกขึ้นมาในกันดารวิถี 1:16, เฉลยธรรมบัญญัติ 1:15.) เพื่อเตรียมแต่ละเผ่าสำหรับการทำศึก (เฉลยธรรมบัญญัติ 11:31)แม่แบบ:Sfn วรรคที่ 12–15 บันทึกคำกล่าวของโยชูวาถึง 'เผ่าข้ามจอร์แดน' อันได้แก่ เผ่ารูเบน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า ซึ่งตั้งอาณาเขตของตนบนฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน (เปรียบเทียบกับกันดารวิถี 32; เฉลยธรรมบัญญัติ 3:12-21) ว่าพวกเขาต้องส่งคนไปรบเพื่อชนเผ่าอื่นเพื่อพิชิตดินแดนฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนและจะกลับมาได้แล้วการพิชิตเสร็จสมบูรณ์เท่านั้นแม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Sfn เรื่องนี้ได้ถูกกล่าวถึงอีกครั้งในโยชูวา 22 โดยเป็นการสรุปส่วนหลักของหนังสือแม่แบบ:Sfn คำตอบของเผ่าเหล่านี้ในวรรคที่ 16–18 เป็นการสะท้อนถึงคำรับรองของพระเจ้าในวรรคที่ 1–9 และนำข้อสรุปมาสู่บทนี้แม่แบบ:Sfn

วรรคที่ 15

"จนกว่าพระยาห์เวห์จะประทานที่พักแก่พี่น้องของท่านดังที่ประทานแก่ท่าน ทั้งให้เขาได้ยึดครองแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านประทานแก่เขา แล้วท่านจึงจะกลับไปยังแผ่นดินที่ท่านยึดครองและถือไว้เป็นกรรมสิทธิ์ คือแผ่นดินซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ได้ให้แก่พวกท่านที่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นทางทิศตะวันออก"[10] หรือ
  • "ที่พัก": เป็นแนวคิดหลักทางเทววิทยาสำหรับเป้าหมายของการพิชิต (เช่นเดียวกับในวรรค 12; เปรียบเทียบกับเฉลยธรรมบัญญัติ 12:9), 'มอบแผ่นดินที่ยึดครองมาโดยสมบูรณ์และปราบศัตรู' (โยชูวา 11:23)แม่แบบ:Sfn

หมายเหตุ

แม่แบบ:รายการหมายเหตุ

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

แม่แบบ:Refbegin

แม่แบบ:Refend

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:หนังสือโยชูวา

  1. Talmud, Baba Bathra 14b-15a)
  2. 2.0 2.1 Gilad, Elon. Who Really Wrote the Biblical Books of Kings and the Prophets? Haaretz, June 25, 2015. Summary: The paean to King Josiah and exalted descriptions of the ancient Israelite empires beg the thought that he and his scribes lie behind the Deuteronomistic History.
  3. Dead sea scrolls - Joshua
  4. แม่แบบ:Cite web
  5. แม่แบบ:Cite journal
  6. Joshua 1, Berean Study Bible
  7. แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
  8. 8.0 8.1 Joshua 1:1 Hebrew Text Analysis. Biblehub
  9. แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11
  10. แม่แบบ:อิงไบเบิล THSV11