ปัญญาจารย์ 2

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล

ปัญญาจารย์ 2 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทที่ 2 ของหนังสือปัญญาจารย์ในคัมภีร์ฮีบรูหรือพันธสัญญาเดิมในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn[1] หนังสือปัญญาจารย์ประกอบด้วยคำพูดเชิงปรัชญาของตัวละครที่เรียกว่าปัญญาจารย์ (โคเฮเลท; "ผู้สอน"; "ผู้พูดต่อหน้าที่ชุมนุมชน") อาจประพันธ์ขึ้นในช่วงศตวรรษ 5 ถึง 2 ก่อนคริสตกาลแม่แบบ:Sfn เพชิตตา, ทาร์กุม และทัลมุด ตลอดจนผู้อ่านชาวยิวและคริสต์ศาสนิกชนส่วนใหญ่ถือว่าผู้เขียนหนังสือปัญญาจารย์คือกษัตริย์ซาโลมอน[2]

บทที่ 2 ของหนังสือปัญญาจารย์มีเนื่อความต่อเนื่องจากบันทึกในวรรค 12-18 ของบทที่ 1 โดยเพิ่มข้อสังเกตเกี่ยวกับความพยายามของมนุษย์ในชีวิตซึ่งเกี่ยวข้องกับคำถามในปัญญาจารย์ 1 1:3 ที่ว่า มนุษย์ได้ประโยชน์อะไรจากการตรากตรำทุกอย่างของเขา ซึ่งเขาตรากตรำภายใต้ดวงอาทิตย์นั้น และความทุกข์กับความสุขของชีวิตในแง่ของประทานจากพระเจ้าแม่แบบ:Sfn

ต้นฉบับ

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู บทแบ่งออกเป็น 26 วรรค

พยานต้นฉบับ

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn ชิ้นส่วนที่มีข้อความบางส่วนของบทนี้ในภาษาฮีบรูถูกพบในม้วนหนังสือเดดซี ได้แก่ [[4Q110|4QQohแม่แบบ:Sup (4Q110]]; 30 ปีก่อนคริสตกาลแม่แบบ:Sndค.ศ. 30; วรรคที่หลงเหลือ 8–15)[3][4][5]

ยังมีฉบับแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) บางสำเนาต้นฉบับที่หลงเหลือในเซปทัวจินต์ ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; 𝔊B; ศตวรรษที่ 4) ฉบับซีนาย (Codex Sinaiticus; S; BHK: 𝔊S; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; 𝔊A; ศตวรรษที่ 5)แม่แบบ:Sfn ต้นฉบับภาษากรีกอาจมาจากผลงานของ Aquila of Sinope และผู้ติดตามแม่แบบ:Sfn

ความอนิจจังเนื่องจากการตามใจตนเอง (วรรค 1–11)

วรรค 2

ข้าพเจ้าพูดถึงการหัวเราะว่า "บ้าๆ บอๆ" และกล่าวถึงความสนุกสนานว่า "มีประโยชน์อะไร?"[6]

มีเนื้อความที่คล้ายกับในสุภาษิต 14:13 ที่ว่า แม้ในขณะหัวเราะ ใจก็อาจเศร้าหมอง และความยินดีก็อาจมีปลายทางเป็นความโศกสลด[7]

วรรค 11

แล้วข้าพเจ้าหันมาดูทุกสิ่งที่มือข้าพเจ้าทำ และผลของการตรากตรำที่ข้าพเจ้าทำลงไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย และดูเถิด ทุกอย่างก็อนิจจังคือ กินลมกินแล้ง และไม่มีประโยชน์อะไรภายใต้ดวงอาทิตย์[8]

ความสรุปสะท้อนถึงคำกล่าวในแม่แบบ:อิงไบเบิลแม่แบบ:Sfn

  • "กินลมกินแล้ง" : หรือ 'เหมือนวิ่งไล่ตามลม'แม่แบบ:Sfn[9]

ชะตากรรมที่แน่นอนของทุกสิ่ง (วรรค 12–23)

แม่แบบ:โครง-ส่วน

พระเจ้าผู้มีพระทัยกว้าง (วรรค 24–26)

แม่แบบ:โครง-ส่วน

ดูเพิ่ม

หมายเหตุ

แม่แบบ:รายการหมายเหตุ

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:Wikisource แม่แบบ:Wiktionary

แม่แบบ:หนังสือปัญญาจารย์