การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:ลิงก์ไปภาษาอื่น ในคณิตศาสตร์ การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์ (แม่แบบ:Lang) คือการแสดงให้เห็นว่า ถ้าหากประพจน์ (หรือในบางกรณีเป็นสัจพจน์) บางอย่างเป็นจริงแล้ว ประพจน์ทางคณิตศาสตร์เป็นผลจากสมมุติฐานดังกล่าวที่จะต้องเป็นจริงด้วย[1][2][3] เราจะเห็นได้ว่าการพิสูจน์เป็นการให้เหตุผลเชิงนิรนัย (แม่แบบ:Lang) มากกว่าที่จะเป็นการให้เหตุผลเชิงอุปนัย (แม่แบบ:Lang) หรือได้จากการวิพากษ์เชิงประจักษ์ หรือ ได้โดยจากประสบการณ์หรือการทดลอง (แม่แบบ:Lang) การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์นั้น ต้องแสดงให้เห็นให้ได้ว่าประพจน์ที่เรากำลังพิสูจน์นั้นต้องเป็นจริงในทุกกรณี ซึ่งในกรณีที่ง่ายที่สุดอาจทำได้โดยการจำแนกให้เห็นทุกกรณีที่เป็นไปได้ และแสดงให้เห็นแต่ละกรณีนั้นเป็นจริงอย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่แจกแจงแต่กรณีที่เราสามารถยืนยันได้เท่านั้น ในทางกลับกัน ประพจน์ที่ถูกเชื่อกันว่าเป็นจริง โดยที่เรายังหาวิธีพิสูจน์ไม่ได้เราเรียก ประพจน์เช่นนี้ว่า ข้อความคาดการณ์[4] (แม่แบบ:Lang) เช่น ข้อความคาดการณ์ของโกลด์บาค (แม่แบบ:Lang) และ สมมุติฐานของรีมันน์ (แม่แบบ:Lang) เป็นต้น

การพิสูจน์นั้นใช้ประโยชน์จากตรรกศาสตร์ซึ่งมักเป็นภาษาที่รัดกุมแต่ในบางครั้งก็มักจะใช้ภาษาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเพื่อการสื่อสารหรือ ภาษาธรรมชาติ ในการอธิบายด้วยซึ่งก่อให้เกิดความกำกวม

วิธีการพิสูจน์

การพิสูจน์ตรง

การพิสูจน์ตรง ข้อสรุปได้จากนำผลลัพธ์จากสัจพจน์ นิยาม และทฤษฎีบทก่อนหน้า[5] การพิสูจน์ตรงใช้ยืนยันว่าผลรวมของจำนวนเต็มคู่สองจำนวนเป็นจำนวนคู่

พิจารณาจำนวนเต็ม x และ y เพราะเป็นจำนวนคู่ เราสามารถเขียน x = 2a และ y = 2b ตามลำดับ สำหรับบางจำนวนเต็ม a และ b จะได้ x + y = 2a + 2b = 2 (a+b) ดังนั้น ชัดเจนว่า x+y มี 2 เป็นตัวประกอบ ดังนั้นผลรวมของจำนวนเต็มคู่สองจำนวนใด ๆ เป็นจำนวนคู่เสมอ

การพิสูจน์นี้ใช้นิยามจำนวนเต็มคู่ สมบัติของการปิดของจำนวนเต็มภายใต้การบวกและการคูณ และ สมบัติการแจกแจง

การพิสูจน์โดยการอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์

แม่แบบ:Main

การพิสูจน์โดยการอุปนัยไม่เหมือนกับการให้เหตุผลแบบอุปนัยเชิงตรรกศาสตร์ แม้ว่าแนวคิดรวบยอดจะคล้ายกัน การพิสูจน์แบบนี้ มีการพิสูจน์ "ขั้นฐาน" หนึ่งประพจน์ และพิสูจน์ "กฎการอุปนัย" ที่กล่าวว่าถ้ากรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงแล้วกรณีอื่นก็เป็นจริง เมื่อใช้กฎการอุปนัยซ้ำหลายครั้ง จาก "ขั้นฐาน" ที่พิสูจน์แยกกัน นำมาพิสูจน์กรณีอื่น ๆ เป็นอนันต์กรณี[6] เพราะว่าขั้นฐานเป็นจริง กรณีอื่น ๆ อีกอนันต์กรณีก็ต้องเป็นจริง แม้ว่าเราไม่สามารถพิสูจน์กรณีทั้งหมดโดยตรงได้ เพราะมีเป็นอนันต์ ส่วนหนึ่งของการอุปนัยคือ การลดหลั่นอนันต์ (infinite descent) สามารถใช้พิสูจน์ความเป็นอตรรกยะของ 2

การใช้งานโดยทั่วไปโดยอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์คือพิสูจน์ว่าสมบัติอย่างหนึ่งที่เป็นจริงกับจำนวนหนึ่งเป็นจริงกับจำนวนนับทุกจำนวน:[7] ให้ แม่แบบ:Math} เป็นเซตของจำนวนนับ และ แม่แบบ:Math เป็นข้อความทางคณิตศาสตร์ที่มีจำนวนนับ แม่แบบ:Math เป็นสมาชิกของ แม่แบบ:Math ที่

เช่น เราสามารถพิสูจน์ว่าจำนวนนับทุกจำนวนในรูป แม่แบบ:Math เป็นจำนวนคี่ ให้ P(n) แทน "2n+1 เป็นจำนวนคี่":

(i) สำหรับ แม่แบบ:Math จะได้ว่า แม่แบบ:Math และ แม่แบบ:Math เป็นจำนวนคี่ ดังนั้น แม่แบบ:Math เป็นจริง
(ii) สำหรับทุก แม่แบบ:Math ถ้า แม่แบบ:Math เป็นจำนวนคี่แล้ว (2n + 1) + 2 ก็เป็นจำนวนคี่เพราะการบวก แม่แบบ:Math กับจำนวนคี่จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนคี่ แต่ แม่แบบ:Math ดังนั้น แม่แบบ:Math เป็นจำนวนคี่ (แม่แบบ:Math) ดังนั้น แม่แบบ:Math เป็นจริงถ้า แม่แบบ:Math เป็นจริง
ฉะนั้น แม่แบบ:Math เป็นจำนวนคี่สำหรับทุกจำนวนนับ แม่แบบ:Math

ภาษาอังกฤษนิยมใช้คำว่า แม่แบบ:Lang หมายถึงการอุปนัยเชิงคณิตศาสตร์มากกว่า แม่แบบ:Lang[8]


อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

  1. Cupillari, Antonella. The Nuts and Bolts of Proofs. Academic Press, 2001. Page 3.
  2. Gossett, Eric. Discrete Mathematics with Proof. John Wiley and Sons, 2009. Definition 3.1 page 86. ISBN 0-470-45793-7
  3. Gossett, Eric. Discrete Mathematics with Proof. John Wiley and Sons, 2009. Definition 3.1 page 86. ISBN 0-470-45793-7
  4. คณิตศาสตร์๑๙ ก.ค. ๒๕๔๗
  5. Cupillari, page 20.
  6. Cupillari, page 46.
  7. Examples of simple proofs by mathematical induction for all natural numbers
  8. Proof by induction แม่แบบ:Webarchive, University of Warwick Glossary of Mathematical Terminology