ลูทวิช บ็อลทซ์มัน

จาก testwiki
รุ่นแก้ไขเมื่อ 19:59, 7 พฤศจิกายน 2567 โดย imported>JasperBot (top: แทนที่ {lang-??} ด้วย {langx|??})
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:ชีวประวัติ ลูทวิช เอดูอาร์ท บ็อลทซ์มัน (แม่แบบ:Langx; 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1844 – 5 กันยายน ค.ศ. 1906) เป็นนักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย ผู้มีชื่อเสียงจากการเป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบด้านกลศาสตร์สถิติและอุณหพลศาสตร์สถิติ เป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นทฤษฎีอะตอมในยุคที่แบบจำลองวิทยาศาสตร์ด้านอะตอมยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

ประวัติ

แม่แบบ:โครงส่วน

งานด้านฟิสิกส์

งานด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของบ็อลทซ์มันได้แก่ ทฤษฎีจลนศาสตร์ รวมถึงการศึกษาความเร็วของโมเลกุลแก๊สในสมการการกระจายของแมกซ์เวลล์-บ็อลทซ์มัน วิชาสถิติของแมกซ์เวลล์-บ็อลทซ์มันและการกระจายของบ็อลทซ์มันเกี่ยวกับพลังงานยังเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชากลศาสตร์สถิติดั้งเดิมอีกด้วย โดยนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์หลายอย่างที่ไม่จำต้องใช้หลักสถิติควอนตัม และทำให้สามารถเข้าใจผลเกี่ยวกับอุณหภูมิได้อย่างลึกซึ้ง

โดยมากแล้วการคิดค้นทางฟิสิกส์ไม่สอดคล้องกับความเชื่อของบ็อลทซ์มันเกี่ยวกับความเป็นจริงของอะตอมและโมเลกุล งานที่สอดคล้องกับเขามาจากแมกซ์เวลล์ในสกอตแลนด์ และกิบส์ในสหรัฐอเมริกา กับนักเคมีจำนวนหนึ่งหลังจากการค้นพบของจอห์น ดาลตัน ในปี ค.ศ. 1808 บ็อลทซ์มันต้องต่อสู้โต้เถียงกับบรรณาธิการนิตยสารด้านฟิสิกส์ในเยอรมนีผู้มีชื่อเสียงเป็นเวลายาวนาน เพราะบรรณาธิการผู้นั้นปฏิเสธผลงานของบ็อลทซ์มันที่อ้างอิงถึงอะตอมกับโมเลกุลในลักษณะอื่นที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างทางทฤษฎีในยุคนั้น แต่หลังจากบ็อลทซ์มันเสียชีวิตไปไม่กี่ปี ผลการศึกษาสารแขวนลอยของแปแร็งได้ยืนยันตัวเลขของค่าอาโวกาโดรและค่าคงที่บ็อลทซ์มัน ทำให้โลกยอมรับว่าอนุภาคเล็กๆ อย่างอะตอมนั้นมีอยู่จริง ๆ

พลังค์ได้กล่าวไว้ว่า "บุคคลแรกที่ระบุความสัมพันธ์แบบลอการิทึมระหว่างเอนโทรปีกับความน่าจะเป็น คือ เอ็ล. บ็อลทซ์มัน ในทฤษฎีจลนศาสตร์ของแก๊สของเขา"[1] สมการเอนโทรปี S อันโด่งดังนี้คือ[2][3]

S=klogW

โดยที่ k = 1.3806505(24) × 10−23 JK−1 คือค่าคงที่บ็อลทซ์มัน และ log ในที่นี้เป็นลอการิทึมฐานธรรมชาติ (e) W คือ Wahrscheinlichkeit หรือความถี่การเกิด macrostate[4] หรือกล่าวให้ตรงคือค่าความเป็นไปได้ในการเกิด microstates เมื่อเทียบกับสถานะ macroscopic ของระบบ

สมการบ็อลทซ์มัน

แม่แบบ:บทความหลัก

สมการบ็อลทซ์มัน พัฒนาขึ้นเพื่อพยายามอธิบายพลศาสตร์ของแก๊สอุดมคติ

ft+vfx+Fmfv=ft|collision

โดยที่ f หมายถึงฟังก์ชันการกระจายตัวของตำแหน่งอนุภาคเดี่ยวกับโมเมนตัม ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (ดูใน การกระจายของแมกซ์เวลล์-บ็อลทซ์มัน) F คือแรงที่กระทำ m คือมวลของอนุภาค t คือเวลา และ v คือความเร็วเฉลี่ยของอนุภาค

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:คอมมอนส์

แม่แบบ:Birthแม่แบบ:Death แม่แบบ:โครงชีวประวัติ

  1. Planck, Max (1914). The Theory of Heat Radiation. P. Blakiston Son & Co. English translation by Morton Masius of the 2nd ed. of Waermestrahlung. Reprinted by Dover (1959) & (1991), p. 119. ISBN 0-486-66811-8
  2. หลักการของเอนโทรปีเกิดมาจากรูด็อล์ฟ เคลาซีอุส ในปี ค.ศ. 1865 เขาเป็นผู้แรกที่กำหนดกฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์โดยกล่าวว่า "เอนโทรปีจะเพิ่มขึ้นเสมอ"
  3. อีกหลักการหนึ่งมาจากการให้คำนิยาม information entropy ของคล็อด แชนนอน ในปี ค.ศ. 1948 [1] แม่แบบ:Webarchive ซึ่งเดิมตั้งใจจะประยุกต์ใช้กับทฤษฎีด้านการสื่อสาร แต่ก็สามารถใช้ได้กับทุกแขนง เมื่อลดรูปสามารถเข้ากันกับสมการของบ็อลทซ์มัน เมื่อความเป็นไปได้ทั้งหมดมีค่าเท่ากัน ความพิเศษของหลักการนี้อยู่ที่มันสามารถให้ผลลัพธ์ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยแฟกทอเรียลหรือการประมาณของสเตอร์ลิง รูปแบบสมการอย่างง่ายพบได้ในผลงานของบ็อลทซ์มันและคล้ายคลึงกับทฤษฎี H ในกลศาสตร์ควอนตัมของกิ๊บส์อย่างยิ่ง
  4. แม่แบบ:Cite book, p. 21