เอเสเคียล 3

จาก testwiki
รุ่นแก้ไขเมื่อ 16:34, 7 พฤศจิกายน 2567 โดย imported>JasperBot (แทนที่ {lang-??} ด้วย {langx|??})
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล เอเสเคียล 3 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทที่ 3 ของหนังสือเอเสเคียลในคัมภีร์ฮีบรูหรือพันธสัญญาเดิมในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn หนังสือเอเสเคียลประกอบด้วยคำเผยพระวจนะที่ถือว่าเป็นของผู้เผยพระวจนะ/ปุโรหิตเอเสเคียลแม่แบบ:Sfn เป็นหนึ่งในหนังสือหมวดผู้เผยพระวจนะ บทที่ 3 ของหนังสือเอเสเคียลประกอบด้วยเรื่องการทรงเรียกเอเสเคียลให้กล่าวกับคนอิสราเอลและทำหน้าที่เป็นยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล

ต้นฉบับ

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู บทแบ่งออกเป็น 27 วรรค

พยานต้นฉบับ

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับไคโร (Codex Cairensis; ค.ศ. 895) หนังสือผู้เผยพระวจนะฉบับปีเตอส์เบิร์ก (Petersburg Codex of the Prophets; ค.ศ. 916) ฉบับอะเลปโป (Aleppo Codex; ศตวรรษที่ 10) และฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfn

ยังมีฉบับแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) บางสำเนาต้นฉบับที่หลงเหลือในเซปทัวจินต์ ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; 𝔊B; ศตวรรษที่ 4) ฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; 𝔊A; ศตวรรษที่ 5) และฉบับมาร์ชาล (Codex Marchalianus; Q; 𝔊Q; ศตวรรษที่ 6)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn

ความรับผิดชอบของผู้เผยพระวจนะ (3:1–15)

วรรค 1

และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกินสิ่งที่เจ้าได้พบ จงกินหนังสือม้วนนี้ แล้วจงไปพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอล"[1]

"บุตรมนุษย์" บางครั้งแปลว่า "บุตรแห่งมนุษย์" เช่นในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971[2] เอเสเคียลถูกเรียกว่า 'บุตรมนุษย์' ในที่นี้และตลอดหนังสือที่เหลือ คำว่า 'บุตรมนุษย์' ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติ แต่เป็นคำที่สื่อถึงระยะห่างระหว่าง 'ผู้เป็นเพียงมนุษย์' กับคู่สนทนาที่เป็นพระเจ้าแม่แบบ:Sfn ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์บันทึกว่าตน "พบ" และ "กิน" พระวจนะของพระเจ้า ในทำนองเดียวกันกับที่เอเสเคียลกินหนังสือม้วน[3]

วรรค 3

และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า
"บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกินหนังสือม้วนนี้ซึ่งเราให้แก่เจ้า และบรรจุให้เต็มท้องของเจ้า"
แล้วข้าพเจ้าก็รับประทาน
และเมื่อหนังสือม้วนนั้นอยู่ในปากข้าพเจ้ามันก็หวานเหมือนน้ำผึ้ง[4]

วรรค 15

ข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกเชลยที่เทลอาบิบ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเคบาร์
และในที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นข้าพเจ้าก็นั่งด้วยความตะลึงงันอยู่ท่ามกลางพวกเขาเจ็ดวัน[5]
  • "เทลอาบิบ" (แม่แบบ:Langx, Tel Aviv; แม่แบบ:Lit. "เนินฤดูใบไม้ผลิ") เป็นสถานที่ที่ระบุตำแหน่งไม่ได้ริมแม่น้ำเคบาร์ใกล้กับนิปปูร์ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศอิรัก แม่น้ำเคบาร์เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายซับซ้อนของคลองชลประทานและคลองขนส่งซึ่งรวมไปถึง Shatt el-Nil ซึ่งเป็นคลองตะกอนที่ไหลไปทางตะวันออกของบาบิโลน[6][7]
  • "ด้วยความตะลึงงัน" มีความหมายว่าเงียบและนิ่งเฉย "ช่วงเวลาแห่งความเงียบงัน" ที่ยาวนานถึง 7 วันอาจเป็นการแสดงถึง "ความแข็งแกร่งทางอารมณ์ของผู้เผยพระวจนะ" เมื่อมาถึงเทลอาบิบ[8]

เอเสเคียลในฐานะยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล (3:16–27)

วรรค 16

พอสิ้นวันที่เจ็ด พระวจนะของพระยาห์เวห์ก็มาถึงข้าพเจ้าว่า[9]
  • "พอสิ้นวันที่เจ็ด": ในช่วงเวลาเจ็ดวันนี้ เอเสเคียลมีโอกาสเพียงพอในการอยู่ท่ามกลางพวกเชลย และสามารถเห็นขอบเขตและข้อมูลสำหรับพันธกิจของตน ก่อนที่เขาจะได้รับการตั้งให้เป็นยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล[10][11]

วรรค 23

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นออกไปยังที่ราบ และนี่แน่ะ พระสิริของพระยาห์เวห์ก็อยู่ที่นั่นเหมือนกับพระสิริซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์ แล้วข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงถึงดิน[12]

วรรค 27

แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะเปิดปากเจ้า
แล้วเจ้าจะพูดกับเขาทั้งหลายว่า
"พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า"
ผู้ที่จะฟังก็ให้เขาฟัง
และผู้ที่จะปฏิเสธก็ให้เขาปฏิเสธ
เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์มักกบฏ[13]

ประเด็นเรื่องการเป็นใบ้และการเปิดปากให้พูดเป็นระยะ ๆ เน้นย้ำว่าคำที่เอเสเคียลพูดมาจากพระเจ้า ไม่ใช่จากตัวผู้เผยพระวจนะเองแม่แบบ:Sfn

ดูเพิ่ม

หมายเหตุ

แม่แบบ:รายการหมายเหตุ

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น

ศาสนายูดาห์

ศาสนาคริสต์

แม่แบบ:หนังสือเอเสเคียล