การหารสังเคราะห์พหุนาม

จาก testwiki
รุ่นแก้ไขเมื่อ 07:31, 17 ธันวาคม 2567 โดย 101.109.217.62 (คุย)
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาพเคลื่อนไหวแสดงการหารสังเคราะห์ เพื่อหาผลหารของ 2x4+3x2+5x+1 หารด้วย x2 สังเกตได้ว่าไม่มีพจน์ x3 ดังนั้นหลักที่ 4 จากทางขวาจึงเป็นศูนย์

ในพีชคณิต การหารสังเคราะห์พหุนาม หรือการหารสังเคราะห์ (อังกฤษ: synthetic division) เป็นการคำนวนโดยใช้วิธีการหารพหุนามยุคลิด และเป็นวิธีที่สั้นกว่าการหารยาวพหุนาม

ส่วนใหญ่จะสอนใช้กับแค่พหุนามโมนิกเชิงเส้น (กฎของรัฟฟินี) แต่สามารถวางนัยกับพหุนามทั่วไปได้

ข้อดีของการหารสังเคราะห์คือ สามารถทดได้โดยไม่ต้องเขียนตัวแปร คำนวนน้อย และใช้พื้นที่น้อยกว่าการหารยาว อีกทั้งการลบในการหารยาวเปลี่ยนเป็นการบวกแทนโดยเปลี่ยนเครื่องหมายตอนแรก ๆ ช่วยป้องกันการเขียนเครื่องหมายผิด

การหารสังเคราะห์ปกติ

ตัวอย่างแรกคือการหารสังเคราะห์ที่มีตัวส่วนเป็นโมนิกเชิงเส้น xa

x312x242x3

ตัวเศษเขียนใหม่ได้เป็น P(x)=x312x2+0x42

รากของตัวส่วน g(x) คือ 3

สัมประสิทธิ์ของ P(x) เรียงได้ดังนี้ โดยเขียนรากของ g(x) ไว้ทางซ้าย

3 112042

แม่แบบ:สีหลังเส้นกั้น ถูกดึงลงมาแถวสุดท้าย

31120421

แม่แบบ:สีคูณกับแม่แบบ:สี แม่แบบ:สีวางทแยงไปขวาบนในหลักถัดไป

311204231

แม่แบบ:สีกันภายในหลักถัดไป

3112042319

ทำสองขั้นตอนที่แล้วไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงหลักสุดท้าย

3112042327811927123

ที่นี้ หลักสุดท้าย (-123) คือเศษเหลือ ที่เหลือจะเป็นสัมประสิทธิ์ของผลหาร

เขียนดีกรีจ่ากน้อยไปมากโดยเริ่มจากด้านขวา โดยเริ่มจากดีกรีศูนย์ทั้งเศษเหลือและผลหาร

1x29x27123

ผลหารและเศษเหลือจะเป็นดังนี้

q(x)=x29x27

r(x)=123

การประยุกต์ใช้จากทฤษฎีบทเศษเหลือ

รูปแบบการหารสังเคราะห์ข้างต้นมีประโยชน์ในการหาเศษเหลือจากพหุนามตัวแปรเดียวจากทฤษฎีบทเศษเหลือ โดยสรุป ค่าของ P(x)a จะเท่ากับเศษเหลือจากการหาร P(x) ด้วย xa

ข้อดีจากการใช้วิธีนี้ตือการคูณน้อยลงประมาณครึ่งหนึ่งจากการแทนค่าเข้าไปตรง ๆ อีกวิธีทางเลือกคือวิธีของฮอร์เนอร์

การหารสังเคราะห์ส่วนขยาย

วิธีนี้วางนัยได้กับการหารพหุนามโมนิกทั่วไปได้ ข้อแตกต่างจากวิธีปกติจะทำเส้นหนา ใช้ขั้นตอนเหมือนกับวิธีปกติกับการหารพหุนามต่อไปนี้

x312x242x2+x3

ดูเฉพาะสัมประสิทธิ์ของตัวเศษ เขียนสัมประสิทธิ์ของพหุนามตัวตั้งข้างบน

 112042

กลับเครื่องหมายตัวหาร

1x21x+3

เขียนแม่แบบ:สีทุกตัวยกเว้นตัวแรกทางซ้ายก่อนเส้นกั้น เขียนทแยงไปทางขวาบน (ดูภาพถัดไป)

31 112042

สังเกตการเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายจาก 1 เป็น -1 และจาก -3 เป็น 3 ดึงแม่แบบ:สีหลังเส้นกั้นลงมาแถวสุดท้าย

311120421

คูณแม่แบบ:สีกับแม่แบบ:สี แม่แบบ:สีวางทแยงไปขวาบนจนกว่าจะคูณครบทุกเลขหน้าเส้นกั้นในหลักถัด ๆ ไป

31112042311

แม่แบบ:สีกันภายในหลักถัดไป

3111204231113

ทำสองขั้นตอนที่แล้วซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าเส้นทแยงผลคูณจะเลยหลักสุดท้าย

3111204233911311316

แล้วก็บวกหลักที่เหลือ

311120423391131131681

นับจำนวนตัวเลขหน้าเส้นกั้น เนื่องจากมีสองตัว เศษเหลือจึงมีดีกรีเป็นหนึ่ง สังเกตได้ว่าหลักที่ไม่ได้ถูกคูณจะเป็นเศษเหลือ ซึ่งเป็นสองหลักใต้เส้นกั้นที่นับจากทางขวา เขียนเส้นกั้นลงไป

1131681

เขียนดีกรีจ่ากน้อยไปมากโดยเริ่มจากด้านขวา โดยเริ่มจากดีกรีศูนย์ทั้งเศษเหลือและผลหาร

1x1316x81

ผลลัพท์จากการหารจะได้ดังนี้

x312x242x2+x3=x13+16x81x2+x3

สำหรับตัวหารที่ไม่เป็นโมนิก

วิธีนี้ยังสามารถวางนัยทั่วไปให้สามารถใช้ได้กับพหุนามทั่วไป ไม่ใช่แค่พหุนามโมนิกโดยการดัดแปลงเล็กน้อย โดยปกติจะหารตัวหาร g(x) ด้วยสัมประสิทธิ์นำ a

h(x)=g(x)a

แล้วหารสังเคราะห์โดยใช้ h(x) เป็นตัวหาร แล้วหารผลหารที่ได้ด้วย a ถึงจะได้ผลหารจากการหารด้วย g(x) (เศษเหลือยังคงเดิม) แต่วิธีนี้ผิดพลาดได้ง่ายเนื่องจากตัวคูณในการหารสังเคราะห์เป็นเศษส่วน

จากการสังเกตจากการหารยาวพหุนามด้วยตัวหารที่ไม่เป็นโมนิก สัมประสิทธิ์ P(x) จะถูกหารด้วยสัมประสิทธิ์นำของ g(x) หลังถูกดึงและก่อนคูณ

โดยแสดงจากการหารพหุนามดังต่อไปนี้

6x3+5x273x22x1

ใช้ตารางที่ถูกดัดแปลงเล็กน้อย

12/36507

สังเกตว่ามีแถวเพิ่มขึ้นข้างล่าง ใช้เพื่อเขียนค่าหลังจากหารตัวที่ถูกดึงด้วยสัมประสิทธิ์นำของ g(x) (ในที่นี้คือ /3 สังเกตว่าตัวเลขนี้ไม่มีการเปลี่ยนเครื่องหมาย ต่างจากสัมประสิทธิ์ตัวอื่น ๆ ของ g(x))

แม่แบบ:สีของ P(x) ถูกดึงลงมาตามเดิม

12/365076

แม่แบบ:สีลงมาหารด้วย 3 แล้วเขียนลงไปในแถวถัดไป

12/3650762

แม่แบบ:สีที่ถูกหารนี้ ไปคูณกับเลขหน้าเส้นกั้นและเขียนในแถวที่เป็นพหุคูณของ แม่แบบ:สี ดังที่ได้อธิบายไว้ในวิธีส่วนขยายที่กล่าวไป

12/365072462

แม่แบบ:สีถูกดึงและบวกกับ 4 ผลลัพท์จะถูกหารด้วย 3

12/36507246923

ทำเข่นเดียวกันกับแม่แบบ:สี

12/3650723466923

ณ จุดนี้หลัวจากได้ผลบวกตัวที่สาม เส้นทแยงผลคูณจะ "ตกขอบขวา" ดังนั้นผลบวกตัวนี้จะเป็นสัมประสิทธิ์ตัวแรกของเศษเหลือ เหมือนในวิธีส่วนขยายที่ได้กล่าวไป แต่ค่าของเศษเหลือจะไม่ถูกหารด้วยสัมประสิทธิ์นำของตัวหาร

12/365072346698423

เหมือนในการหารสังเคราะห์แบบขยาย สองหลักสุดท้ายจะเป็นสัมประสิทธิ์เศษเหลือ (ดีกรีของตัวหารเป็น 2) ส่วนค่าที่เหลือจะเป็นสัมประสิทธิ์ของผลหาร

2x+38x4

ผลลัพท์จะได้ดังนี้

6x3+5x273x22x1=2x+3+8x43x22x1

การหารสังเคราะห์ส่วนขยายแบบย่อ

แต่ว่าการเขียนแนวทแยงจากที่ได้กล่าวมานั้น จะกินพื้นที่เมื่อดีกรีตัวหารเกินครึ่งหนี่งของตัวตั้ง พิจารณาได้จากการหารต่อไปนี้

a7x7+a6x6+a5x5+a4x4+a3x3+a2x2+a1x+a0b4x4b3x3b2x2b1xb0

จะเห็นได้ว่าจะเขียนผลคูณไว้ที่บรรทัดไหนก็ได้ ขอให้แค่ถูกหลักก็พอ โดยใช้กลยุทธ์แบบละโมบในการย่อขั้นตอนวิธี ดังการหารต่อไปนี้

b3b2b1b0/b4q0b3q1b3q1b2q0b2q2b3q2b2q2b1q1b1q0b1q3b3q3b2q3b1q3b0q2b0q1b0q0b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q1q0r3r2r1r0q3q2q1q0

ต่อไปนี้คือขั้นตอนวิธีของการหารสังเคราะห์ส่วนขยายแบบย่อ สามารถใช้ได้กับพหุนามไม่เป็นโมนิกอีกด้วย

  1. เขียนสัมประสิทธิ์ตัวตั้งบนเส้นกั้น

 a7a6a5a4a3a2a1a0

  1. กลับเครื่องหมายสัมประสิทธิ์ของตัวหาร ยกเว้นสัมประสิทธิ์ตัวนำ แล้วเขียนลงทางซ้ายของเส้นกัั้น

b3b2b1b0 a7a6a5a4a3a2a1a0

  1. นับจำนวนสัมประสิทธิ์ตัวหารให้เท่ากับสัมประสิทธิ์หน้าเส้นกั้น โดยเริ่มจากหลักขวาสุด แล้วเขียนเส้นกั้นลงทางซ้ายเพื่อแบ่งหลักที่เป็นสัมประสิทธิ์ผลหารกับเศษเหลือ

b3b2b1b0a7a6a5a4a3a2a1a0

  1. ดึงสัมประสิทธิ์หลักแรกลงใต้เส้นกั้น

b3b2b1b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7

    • หารจำนวนที่ถูกดึง/บวกมาด้วยสัมประสิทธิ์นำของตัวหาร แล้วเขียนผลหารลงแถวข้างล่าง (ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นถ้าสัมประสิทธิ์ตัวนำตัวหารเป็น 1) ในที่นี้ q3=a7b4 ซึ่งดัชนีของ q เป็น 3=74 นั้นเกิดจากการลบดัชนีของตัวตั้งกับตัวหาร
    • คูณจำนวนที่ถูกดึง/บวกหรือที่ถูกหาร ด้วยสัมประสิทธิ์ตัวหารที่ถูกกลับเครื่องหมายหน้าเส้นกั้น (เริ่มจากซ้ายสุด) ข้ามขั้นตอนนี้ถ้าจำนวนที่ถูกดึง/บวกหรือที่ถูกหารเป็นศูนย์ เขียนผลคูณในหลักถัด ๆ ไปตามลำดับb3b2b1b0/b4q3b3q3b2q3b1q3b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q3
  1. ทำการบวกภายในหลักถัดไป ในที่นี้ q'2=q3b3+a6

b3b2b1b0/b4q3b3q3b2q3b1q3b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q3

  1. ทำสองขั้นตอนที่แล้วซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงเลขหน้าเส้นกั้น i. ให้ q2=q2b4

b3b2b1b0/b4q2b3q2b2q2b1q3b3q3b2q3b1q3b0q2b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q1q3q2 ii.ให้ q1=q1b4 b3b2b1b0/b4q1b3q1b2q2b3q2b2q2b1q1b1q3b3q3b2q3b1q3b0q2b0q1b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q1q0q3q2q1 iii.ให้ q0=q0b4 b3b2b1b0/b4q0b3q1b3q1b2q0b2q2b3q2b2q2b1q1b1q0b1q3b3q3b2q3b1q3b0q2b0q1b0q0b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q1q0r3q3q2q1q0

  1. ทำการบวกหลักที่เหลือ (เพื่อคำนวนหาเศษเหลือ)

b3b2b1b0/b4q0b3q1b3q1b2q0b2q2b3q2b2q2b1q1b1q0b1q3b3q3b2q3b1q3b0q2b0q1b0q0b0a7a6a5a4a3a2a1a0a7q2q1q0r3r2r1r0q3q2q1q0

  1. ในแถวล่างสุดใต้เส้นกั้เป็นสัมประสิทธิ์ของพหุนาม ส่วนหน้าเส้นกั้นเป็นของผลหาร ส่วนหลังเส้นกั้นเป็นเศษเหลือ สัมประสิทธิ์เหล่านี้มีดีกรีเพิ่มขึ้นจากขวาไปซ้าย โดยเริ่มที่ศูนย์ทั้งผลหารและเศษเหลือ

a7x7+a6x6+a5x5+a4x4+a3x3+a2x2+a1x+a0b4x4b3x3b2x2b1xb0=q3x3+q2x2+q1x+q0+r3x3+r2x2+r1x+r0b4x4b3x3b2x2b1xb0

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น