ทอพอโลยีเชิงพีชคณิต

ทอพอโลยีเชิงพีชคณิต (แม่แบบ:Langx) เป็นสาขาหนึ่งของคณิตศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือทางพีชคณิตนามธรรมเพื่อศึกษาปริภูมิเชิงทอพอโลยี เป้าหมายพื้นฐานสุดของทอพอโลยีเชิงพีชคณิตคือการค้นหาตัวยืนยงทางพีชคณิตที่สามารถจัดประเภทปริภูมิเชิงทอพอโลยี (จนถึงขั้นภาวะสมสัณฐาณ) แม้ว่าโดยปกติแล้วตัวยืนยงส่วนใหญ่จะจัดประเภทปริภูมิเชิงทอพอโลยีจนถึงขั้นภาวะสมมูลเชิงฮอมอโทปี
ถึงแม้ว่าทอพอโลยีเชิงพีชคณิตจะใช้พีชคณิตในการศึกษาปัญหาทางทอพอโลยีเป็นหลัก แต่ทอพอโลยีก็สามารถใช้เพื่อแก้ปัญหาในพีชคณิตได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ทอพอโลยีเชิงพีชคณิตสามารถใช้พิสูจน์ได้โดยง่ายว่า กรุปย่อยใด ๆ ของกรุปเสรีเป็นกรุปเสรีด้วย
สาขาหลัก
ด้านล่างเป็นสาขาหลัก ๆ ในวิชาทอพอโลยีเชิงพีชคณิต
กรุปฮอมอโทปี
แม่แบบ:Main กรุปฮอมอโทปี (homotopy group) ใช้ในวิชาทอพอโลยีเชิงพีชคณิตเพื่อจัดประเภทปริภูมิเชิงทอพอโลยี กลุ่มฮอมอโทปีที่นิยามเป็นอันแรกและมีรูปแบบง่ายที่สุดคือกรุปพื้นฐาน (fundamental group) ซึ่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวงวนในปริภูมิ อาจอธิบายให้เห็นภาพได้ว่ากรุปฮอมอโทปีระบุข้อมูลเกี่ยวกับรูปร่างพื้นฐานหรือรูของปริภูมิทอพอโลยี
ฮอมอโลยี
แม่แบบ:Main ฮอมอโลยี (homology จากภาษาแม่แบบ:Lang-gr homos "เหมือนกัน") เป็นกระบวนการแบบหนึ่งในการกำหนดลำดับของกรุปอาบีเลียนหรือมอดูลให้กับปริภูมิเชิงทอพอโลยีหรือกรุป[1]
โคฮอมอโลยี
ในทฤษฎีฮอมอโลยีและทอพอโลยีเชิงพีชคณิต เป็นชื่อเรียกลำดับของกรุปอาบีเลียนที่ได้จากโคเชนคอมเพล็กซ์ (cochain complex) สามารถมองว่าโคฮอมอโลยีเป็นการกำหนดตัวยืนยงทางพีชคณิตให้กับปริภูมิเชิงทอพอโลยีที่ละเอียดกว่าฮอมอโลยี
แมนิโฟลด์
แมนิโฟลด์เป็นปริภูมิเชิงทอพอโลยีที่ใกล้ ๆ แต่ละจุดจะเหมือนกับปริภูมิแบบยุคลิด ตัวอย่างเช่น ระนาบ ทรงกลม และทอรัสที่สามารถสร้างได้ในปริภูมิสามมิติ แต่ยังรวมขวดของไคลน์ และปริภูมิเชิงภาพฉายจริงที่ไม่สามารถฝังเข้าไปในปริภูมิสามมิติได้ แต่ฝังเข้าในปริภูมิสี่มิติได้
โดยทั่วไปการศึกษาแมนิโฟลด์ในทอพอโลยีเชิงพีชคณิตจะสนใจมุมมองทั้งหมด (global) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหาอนุพันธ์ได้ของแมนิโฟลด์ เช่น ภาวะคู่กันปวงกาเร
ทฤษฎีเงื่อน
ทฤษฎีเงื่อนศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนทางคณิตศาสตร์ แม้ว่าเงื่อนในทางคณิตศาสตร์ จะได้รับแรงบันดาลใจจากเงื่อนที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน เช่น จากเชือกผูกรองเท้าและจากเชือก แต่เงื่อนของนักคณิตศาสตร์จะแตกต่างไป ตรงที่ปลายทั้งสองข้างถูกเชื่อมเข้าด้วยกันไม่ให้คลายออกได้ ในภาษาคณิตศาสตร์ที่แม่นยำ จะกล่าวว่า เงื่อน (knot) คือการฝัง (embedding) วงกลมในปริภูมิแบบยุคลิดสามมิติ เงื่อนทางคณิตศาสตร์สองเงื่อนจะเทียบเท่ากันหากเงื่อนหนึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอีกเงื่อนหนึ่งได้โดยการแปลงรูป ที่คงตัวมันเอง (เรียกว่า ambient isotopy) การแปลรูปเหล่านี้เป็นการจัดการกับเส้นเชือกที่ผูกเงื่อนไว้อยู่ โดยไม่ตัดหรือแทงเส้นเชือกทะลุเข้าตัวมันเอง
คอมเพล็กซ์

ซิมพลิเชียลคอมเพล็กซ์ (simplicial complex) เป็นปริภูมิเชิงทอพอโลยีประเภทหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นโดย "การติดกาว" จุด ส่วนของเส้นตรง รูปสามเหลี่ยม และรูปที่คล้ายกับสามเหลี่ยมในมิติ n ที่สูงขึ้นเข้าด้วยกัน (ดูภาพประกอบ) ระวังสับสนระหว่างซิมพลิเชียลคอมเพล็กซ์กับเซตซิมพลิเซียล (simplicial set) ที่ที่ปรากฏในทฤษฎีโฮโมโทปีซิมพลิเซียลสมัยใหม่ แนวคิดเสมือนซิมพลิเชียลคอมเพล็กซ์ในคอมบินาทอริกซ์คือซิมพลิเชียลคอมเพล็กซ์นามธรรม
CW คอมเพล็กซ์ (CW complex) เป็นปริภูมิเชิงทอพอโลยีประเภทหนึ่งที่ J. H. C. Whitehead เสนอขึ้นมาใช้ในทฤษฎีโฮโมโทปี ปริภูมิ CW คอมเพล็กซ์ประเภทนี้ทั่วไปกว่า และมีคุณสมบัติเชิงแคทิกอรีที่ดีกว่าซิมพลิเชียลคอมเพล็กซ์ แต่ยังคงรักษาธรรมชาติเชิงคอมบินาทอริกซ์ไว้ซึ่งทำให้สามารถคำนวณออกมาได้ (โดยใช้คอมเพล็กซ์ที่เล็กกว่ามาก)
การประยุกต์ใช้
ตัวอย่างคลาสสิกของการประยุกต์ใช้ทอพอโลยีเชิงพีชคณิตได้แก่:
- ทฤษฎีบทจุดตรึงของเบราวเออร์
- แรงค์เสรีของกรุปฮอมอโลยีอันดับที่ n คือจำนวนเบตตีตัวที่ n ซึ่งสามารถใช้คำนวณค่าลักษณะเฉพาะของออยเลอร์-ปวงกาเรได้
- เราสามารถใช้โครงสร้างเชิงอนุพันธ์ของแมนิโฟลด์เรียบผ่านโคโฮโมโลยีเดอรัง หรือโคโฮโมโลยีเชค หรือโคโฮโมโลยีชีฟ เพื่อตรวจสอบภาวะการแก้ได้ของสมการเชิงอนุพันธ์ที่กำหนดบนแมนิโฟลด์
- แมนิโฟลด์จะเป็นแมนิโฟลด์กำหนดทิศทางได้ เมื่อกรุปฮอมอโลยีค่าจำนวนเต็มในมิติสูงสุดเป็นจำนวนเต็ม และจะกำหนดทิศทางไม่ได้ถ้าเป็น 0
- ทรงกลมในมิติ n จะมีสนามเวกเตอร์หนึ่งหน่วยที่ต่อเนื่อง และไม่เป็นศูนย์ที่ไหนเลย ก็ต่อเมื่อ n เป็นเลขคี่ (สำหรับ n = 2 บางครั้งเรียกทฤษฎีบทนี้ว่า "ทฤษฎีบทลูกบอลขนดก")
- ทฤษฎีบทบอร์ซุก–อูลาม: การส่งต่อเนื่องจากทรงกลมในมิติ n ไปยังปริภูมิยูคลิดมิติ n จะส่งจุดที่เคยอยู่ตรงข้ามกันบนทรงกลมไปยังจุดเดียวกันอย่างน้อยหนึ่งคู่
- กรุปย่อยใด ๆ ของกรุปเสรีเป็นกรุปเสรีด้วย ทฤษฎีบทนี้น่าสนใจเพราะเป็นทฤษฎีบทในพีชคณิต แต่บทพิสูจน์ที่ง่ายที่สุดที่เป็นที่รู้จักใช้ทอพอโลยี
อ้างอิง
รายการอ้างอิง
แม่แบบ:Commons categoryแม่แบบ:Wikiquote
- แม่แบบ:Citation (Discusses generalized versions of van Kampen's theorem applied to topological spaces and simplicial sets).
- แม่แบบ:Citation.
- แม่แบบ:Citation (Gives a broad view of higher-dimensional van Kampen theorems involving multiple groupoids).
- แม่แบบ:Citation. "Gives a general theorem on the fundamental groupoid with a set of base points of a space which is the union of open sets."
- แม่แบบ:Citation.
- แม่แบบ:Citation. "The first 2-dimensional version of van Kampen's theorem."
- แม่แบบ:Citation This provides a homotopy theoretic approach to basic algebraic topology, without needing a basis in singular homology, or the method of simplicial approximation. It contains a lot of material on crossed modules.
- แม่แบบ:Citation
- แม่แบบ:Citation. A functorial, algebraic approach originally by Greenberg with geometric flavoring added by Harper.
- แม่แบบ:Citation. A modern, geometrically flavoured introduction to algebraic topology.
- แม่แบบ:Citation
- แม่แบบ:Citation.
- แม่แบบ:Citation
- แม่แบบ:Citation
อ่านเพิ่มเติม
- แม่แบบ:Cite book and แม่แบบ:ISBN.
- แม่แบบ:Springer
- แม่แบบ:Cite book Section 2.7 provides a category-theoretic presentation of the theorem as a colimit in the category of groupoids.