ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:Distinguish

แม่แบบ:Nowrap[1]
โรค การแพร่เชื้อ R0
หัด ละอองลอย 12–18[2]
อีสุกอีใส ละอองลอย 10-12[3]
คางทูม หยดน้ำทางลมหายใจ 10-12[4]
โปลิโอ ทางอุจจาระ-ปาก 5-7แม่แบบ:ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน
หัดเยอรมัน หยดน้ำทางลมหายใจ 5–7แม่แบบ:ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน
ไอกรน หยดน้ำทางลมหายใจ 5.5[5]
ฝีดาษ หยดน้ำทางลมหายใจ 3.5–6[6]
โควิด-19 หยดน้ำทางลมหายใจ 1.4–5.7[7][8][9][10]
เอชไอวี/เอดส์ น้ำของร่างกาย 2–5แม่แบบ:ต้องการอ้างอิงเฉพาะส่วน
ซาร์ส หยดน้ำทางลมหายใจ 2–5[11]
หวัด หยดน้ำทางลมหายใจ 2–3[12]
คอตีบ น้ำลาย 1.7–4.3[13]
ไข้หวัดใหญ่
(สายพันธ์ที่ระบาดทั่วปี 1918)
หยดน้ำทางลมหายใจ 1.4–2.8[14]
อีโบลา
(การระบาดในปี 2014)
น้ำของร่างกาย 1.5–1.9[15]
ไข้หวัดใหญ่
(การระบาดในปี 2009)
หยดน้ำทางลมหายใจ 1.4–1.6[16]
ไข้หวัดใหญ่
(ตามฤดูกาล)
หยดน้ำทางลมหายใจ 0.9–2.1[16]
เมอร์ส หยดน้ำทางลมหายใจ 0.3–0.8[17]

แม่แบบ:ใช้ปีคศ ไฟล์:COVID19 in numbers- R0, the case fatality rate and why we need to flatten the curve.webm

ในวิทยาการระบาด ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน[18][19][20] หรือ เลขสืบพันธุ์พื้นฐาน (แม่แบบ:Langx) หรือค่า R0 (อ่านว่า อาร์น็อต หรืออาร์ซีโร่ หรืออาร์ศูนย์)[21] สามารถพิจารณาได้ว่า เป็นจำนวนกรณีการติดเชื้อของผู้ป่วยรายใหม่ที่คาดหมายซึ่งติดมาจากผู้ป่วยรายเดียวโดยสมมุติว่าคนในกลุ่มประชากรติดเชื้อได้ทุกคน[22] นิยามนี้หมายเอาสถานการณ์ที่ไม่มีคนอื่นติดเชื้อหรือมีภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติหรือโดยอาศัยวัคซีน มีนิยามบางนิยาม เช่น ของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย ที่เพิ่มข้อสมมุติว่าไม่มีการแทรกแซงที่จงใจเพื่อชลอหรือยุติการแพร่เชื้อ[23] ค่านี้ไม่ควรสับสนกับ effective reproduction number ซึ่งมีสัญลักษณ์ R และหาค่าโดยใช้สถานการณ์จริง ๆ/ปัจจุบันของกลุ่มประชากร ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่มีการติดเชื้อ โดยนิยามแล้ว R0 ไม่อาจเปลี่ยนได้โดยโปรแกรมการให้วัคซีน ให้สังเกตว่า R0 ไม่มีหน่วย และไม่ใช่อัตราที่มีหน่วยเกี่ยวกับระยะเวลา[24]

R0 ไม่ใช่ค่าคงตัวทางชีวภาพของจุลชีพก่อโรค เพราะมันได้รับผลจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมของกลุ่มประชากร อนึ่ง ค่า R0 มักประเมินจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ จึงขึ้นอยู่กับแบบจำลองและค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่ใช้ ดังนั้น ค่าที่พบในวรรณกรรมจึงเหมาะกับบริบทนั้น ๆ จึงแนะนำไม่ให้ใช้ค่าล้าสมัยหรือเปรียบเทียบค่าที่ได้จากแบบจำลองต่าง ๆ กัน[25] ค่า R0 โดยตนเองไม่สามารถใช้ประเมินว่า การแพร่เชื้อจะเกิดเร็วขนาดไหนในกลุ่มประชากรนั้น ๆ

การใช้ค่า R0 ที่เด่นสุดก็คือเพื่อช่วยประเมินว่า โรคติดเชื้อที่กำลังระบาดจะสามารถแพร่กระจายไปได้มากแค่ไหนในประชากรที่ยังไม่มีการติดเชื้อ และประเมินว่า สัดส่วนประชากรแค่ไหนต้องได้รับวัคซีนเพื่อกำจัดโรค ในแบบจำลองการติดเชื้อที่ใช้อย่างสามัญ เมื่อ แม่แบบ:Nowrap เชื้อจะสามารถระบาดไปในกลุ่มประชากร แต่จะยุติเมื่อ แม่แบบ:Nowrap ทั่วไปแล้ว ค่า R0 ยิ่งสูงเท่าไร ก็ควบคุมการระบาดยากขึ้นเท่านั้น ในแบบจำลองง่าย ๆ สัดส่วนกลุ่มประชากรที่ต้องมีภูมิคุ้มกัน (คือไม่เสี่ยงติดเชื้อ) เพื่อป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่องจะต้องมากกว่า แม่แบบ:Nowrap[26] โดยนัยตรงกันข้าม สัดส่วนประชากรที่ยังคงเสี่ยงติดเชื้อซึ่งก่อโรคประจำก็คือ แม่แบบ:Nowrap

ค่านี้ได้รับผลจากปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งระยะการแพร่เชื้อ (infectivity) ของคนไข้, สมรรถภาพให้ติดโรคของสิ่งมีชีวิต และจำนวนคนที่สามารถติดโรคในกลุ่มประชากรที่คนไข้พบเจอ

แม่แบบ:Anchor

ค่าระดับการติดเชื้อยังผล (Effective reproduction number)

ในสถานการณ์จริง กลุ่มประชากรต่างแม่แบบ:Nbspๆ จะมีอัตราส่วนคนที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคหนึ่งแม่แบบ:Nbspๆ ไม่เหมือนกัน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อประเมินสถานการณ์เช่นนี้ จึงมี ค่าระดับการติดเชื้อยังผล (Effective reproduction number) โดยใช้ตัวแปรเป็น Re หรือ Rt และมีนิยามเป็นจำนวนคนเฉลี่ยที่บุคคลผู้ติดโรคคนเดียวทำให้คนอื่น ๆ ติดโรค ณ เวลา t ในกลุ่มประชากรที่เสี่ยงติดโรคเป็นบางส่วน (คือบางคนจะมีภูมิค้มกัน) ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยคูณค่า R0 กับเศษส่วน S ที่กลุ่มประชากรนั้นแม่แบบ:Nbspๆ เสี่ยงติดโรค ถ้าเศษส่วนประชากรที่มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น (คือค่า S ลดลง) จนกระทั่งค่า Re เหลือน้อยกว่า 1 กลุ่มประชากรนั้นจัดว่ามี "ภูมิคุ้มกันหมู่" แล้ว และจำนวนการติดโรคในกลุ่มประชากรนั้นจะค่อยแม่แบบ:Nbspๆ ลดลดจงเหลือศูนย์[27][28][29]

เชิงอรรถและอ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:ไข้หวัดใหญ่ แม่แบบ:โครง แม่แบบ:Concepts in infectious disease

  1. ถ้าไม่ได้ระบุ ค่า R0 มาจาก History and Epidemiology of Global Smallpox Eradication (แม่แบบ:Webarchive), ซึ่งเป็นมอดูลหนึ่งในค้อร์ส "Smallpox: Disease, Prevention, and Intervention." CDC and World Health Organization, 2001. Slide 17. นี่อ้างอิง "Modified from Epidemiologic Reviews 1993;15: 265-302, American Journal of Preventive Medicine 2001; 20 (4S): 88-153, Morbidity and Mortality Weekly Report 2000; 49 (SS-9); 27-38"
  2. แม่แบบ:Cite journal
  3. แม่แบบ:Cite book
  4. แม่แบบ:Cite web
  5. แม่แบบ:Cite journal
  6. แม่แบบ:Cite journal
  7. แม่แบบ:Cite journal
  8. แม่แบบ:Cite journal
  9. แม่แบบ:Cite journal
  10. แม่แบบ:Cite journal
  11. แม่แบบ:Cite journal
  12. แม่แบบ:Cite web
  13. แม่แบบ:Cite journal
  14. แม่แบบ:Cite journal
  15. แม่แบบ:Cite journal
  16. 16.0 16.1 แม่แบบ:Cite journal
  17. แม่แบบ:Cite journal
  18. แม่แบบ:Cite web
  19. แม่แบบ:Cite web
  20. แม่แบบ:Cite journal
  21. แม่แบบ:Cite book
  22. แม่แบบ:Cite journal Free text
  23. แม่แบบ:Cite book
  24. แม่แบบ:Cite web
  25. แม่แบบ:Cite journal
  26. แม่แบบ:Cite journal
  27. แม่แบบ:Cite journal
  28. แม่แบบ:Cite journal
  29. แม่แบบ:Cite book