การวัดแสง (ทัศนศาสตร์)

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:สับสน การวัดแสง หรือ โฟโตเมตรี (photometry) ในทางทัศนศาสตร์ คือการศึกษาความเข้มของแสงที่ตาของมนุษย์รับรู้[1] การวัดแสงนั้นต่างจากการวัดรังสี โดยการวัดแสงจะถ่วงน้ำหนักพลังงานจากการแผ่รังสีที่ความยาวคลื่นต่าง ๆ ด้วยฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่าง

ตามนุษย์และการวัดแสง

เส้นโค้งสีดำคือฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่างในที่สว่าง และเส้นโค้งสีเขียวคือฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่างในที่มืด โดยเส้นทึบคือมาตรฐาน CIE 1931[2] เส้นประคือข้อมูลที่แก้ไขในปี 1978[3] เส้นจุดคือข้อมูลที่แก้ไขในปี 2005[4] หน่วยของแกนนอนคือ nm

สายตาของมนุษย์สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำในระดับหนึ่งว่าการรับรู้แสงและความมืดของสองสีนั้นเหมือนกันหรือไม่ ดังนั้น เพื่อจะวัดค่าการตอบสนองเชิงสเปกตรัมของดวงตา จึงได้มีการทำการเปรียบเทียบฟลักซ์การแผ่รังสีที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นการรับรู้ความมืดสว่างที่ความยาวคลื่นต่าง ๆ ของแสง ในสภาพแวดล้อมที่สว่าง การมองเห็นของมนุษย์จะไวต่อแสงสีเขียวซึ่งมีความยาวคลื่น 555.016 nm มากที่สุด ให้ Ψλ เป็นฟลักซ์การแผ่รังสีที่จำเป็นในการสร้างความส่องสว่าง ที่ความยาวคลื่นใด ๆ λ ที่เท่ากันกับฟลักซ์ของแสงที่มีความยาวคลื่น 555.016 nm Ψ555.016 จะได้ค่าสัดส่วนเป็น

V(λ)=ΨλΨ555.016

ค่านี้เรียกว่าฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่าง ตัวอย่างเช่น การทดลองแสดงให้เห็นว่า 1 mW ของแสงสีเขียว 555.016 nm และ 2.5 W ของแสงสีม่วง 400.0 nm ทำให้เกิดความส่องสว่างเท่ากัน และค่าฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่าง 400.0 nm คือ

V(400.0nm)=1032.5=0.0004.

ในการวัดขนาดของฟลักซ์ส่องสว่าง จะต้องแปลงฟลักซ์การแผ่รังสี เป็นปริมาณที่มีประสิทธิภาพสำหรับสายตามนุษย์โดยมีฟังก์ชันประสิทธิภาพการส่องสว่างเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก สำหรับความยาวคลื่น λ ถ้าแสงที่มีฟลักซ์การแผ่รังสีเท่ากับ ψ(λ) ฟลักซ์ส่องสว่างเป็น Φv แล้วจะได้ว่า

Φv=KmaxV(λ)ψ(λ)dλ

โดย Kmax เป็นค่าของแสงที่มีความยาวคลื่น 555.016 nm หรือที่เรียกว่าค่าประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงสุด มีค่าเท่ากับ 683 lm/W

ค่าต่าง ๆ ที่ใช้ในการวัดแสง

การวัดแสงทำโดยใช้ค่าต่าง ๆ ซึ่งมีหน่วยต่างกันไปดังต่อไปนี้

แม่แบบ:หน่วยเอสไอของแสง

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง