การลงคะแนนแบบคะแนนอนุมัติเป็นสัดส่วน

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:ระบบการลงคะแนน การลงคะแนนแบบคะแนนอนุมัติเป็นสัดส่วน (แม่แบบ:Langx, ย่อ: PAV) เป็นระบบการลงคะแนนซึ่งเพิ่มลักษณะพิเศษจากแบบคะแนนอนุมัติเพื่อเลือกผู้แทนมากกว่าหนึ่งคน โดยใช้หลักการของระบบสัดส่วนโดยการใช้บัตรลงคะแนนที่ไม่ซับซ้อนไปกว่าบัตรลงคะแนนทั่วไปที่ใช้กันในแบบคะแนนนำ/เสียงข้างมาก โดยให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครได้ตามต้องการ (ไม่จำกัด) ระบบการลงคะแนนนี้แรกเริ่มได้รับการคิดค้นโดยทอร์แวล นีโกไล ทีเลอ[1][2][3] ต่อมาได้รับการปรับปรุงโดยฟอเรสต์ ซิมมอนส์[4] ซึ่งให้ชื่อระบบนี้ว่า "คะแนนอนุมัติเป็นสัดส่วน" ใน ค.ศ. 2001

คำอธิบาย

ในระบบนี้มีวัตถุประสงค์ในการวัด "ความพึงพอใจ" ของแต่ละผู้ลงคะแนนเพื่อหาผู้ชนะการเลือกตั้ง การคำนวณความพึงพอใจในผู้ลงคะแนนมีผลต่อตัวผู้สมัครแค่ที่ได้ลงคะแนนไปเท่านั้น[5] โดยการคำนวณคะแนนความพึงพอใจในผู้สมัครแต่ละคนจะนับแต่เฉพาะผู้สมัครแค่ที่มีการลงคะแนนให้เท่านั้น ให้สมมุติว่าผู้ลงคะแนนลงคะแนนเลือกผู้สมัครจำนวน n คน คะแนนความพึงพอใจจะคำนวณใช้สูตรดังนี้[4]

1+12+13++1n

เมื่อรวมคะแนนความพึงพอใจของผู้ลงคะแนนทุกคนแล้วจะได้ผลรวมของคะแนนความพึงพอใจทั้งหมดจากผู้ลงคะแนนทุกคน คะแนนรวมนั้นจะคิดสำหรับทุกความเป็นไปได้ของกลุ่มผู้สมัคร และกลุ่มผู้สมัครชุดที่ได้คะแนนความพึงพอใจสูงสุดจะเป็นชุดที่ชนะการเลือกตั้ง

ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งเพื่อหาผู้แทนเพียงคนเดียวจะให้ผลลัพธ์แบบเดียวกับระบบคะแนนอนุมัติแบบปกติ หรือหากถ้าผู้ลงคะแนนลงคะแนนให้เฉพาะผู้สมัครสังกัดพรรคเดียวกันทั้งหมดนั้น ระบบการลงคะแนนนี้จะคำนวณเหมือนแบบบัญชีรายชื่อโดยวิธีการคำนวณของโดนต์

การนับคะแนนในระบบนี้ซับซ้อนระดับยาก (NP-Hard) จึงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณผลรวมโดยเฉพาะเมื่อมีจำนวนผู้สมัครมาก และจำนวนที่นั่งมากขึ้น[6] เช่น หากมีผู้สมัคร C คน และ S ที่นั่ง นั้นจะมีคำตอบถึง

c!s!(cs)!

ชุด เพื่อนำมาเปรียบเทียบภายหลังการเลือกตั้ง[7] ตัวอย่างเช่น หากมีผู้สมัคร 24 คน สำหรับ 4 ที่นั่ง จะทำให้มีชุดคำตอบถึง 10,626 ชุดในการคำนวณคะแนนความพึงพอใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้การนับคะแนนด้วยคอมพิวเตอร์

ตัวอย่าง

ในเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผู้แทนได้สองคน ประกอบด้วยผู้สมัครจำนวน 4 คน ได้แก่ A B C และ D โดยมีผู้ลงคะแนนจำนวน 30 คน ผลการเลือกตั้งประกอบด้วยบัตรลงคะแนนดังนี้

  • 5 ใบ เลือก A และ B
  • 17 ใบ เลือก A และ C
  • 8 ใบ เลือก D

ตามหลักความเป็นไปได้จะมีผลลัพธ์ 6 ทาง ได้แก่ AB, AC, AD, BC, BD และ CD

AB AC AD BC BD CD
ผู้ลงคะแนนรับรองผู้สมัครอย่างน้อย 1 คน (ความพึงพอใจ = 1 สำหรับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติคนแรก) 22 22 30 22 13 25
ผู้ลงคะแนนรับรองผู้สมัครอย่างน้อย 2 คน (ความพึงพอใจ = 1/2 สำหรับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติคนที่สอง) 5 17 0 0 0 0
คะแนนความพึงพอใจทั้งหมด 24.5 30.5 30 22 13 25

ดังนั้น A และ C ชนะการเลือกตั้ง

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง