เนหะมีย์ 2

จาก testwiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบ:Short description แม่แบบ:กล่องข้อมูลบทของคัมภีร์ไบเบิล

เนหะมีย์ 2 (แม่แบบ:Langx) เป็นบทที่ 2 ของหนังสือเนหะมีย์ของพันธสัญญาเดิมในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์แม่แบบ:Sfn หรือเป็นบทที่ 12 ของหนังสือเอสรา-เนหะมีย์ในคัมภีร์ฮีบรูซึ่งถือว่าหนังสือเอสราและหนังสือเนหะมีย์เป็นหนังสือเล่มเดียวกันแม่แบบ:Sfn ธรรมเนียมของศาสนายูดาห์ระบุว่าเอสราเป็นผู้เขียนของหนังสือเอสรา-เนหะมีย์รวมถึงหนังสือพงศาวดาร[1] แต่นักวิชาการสมัยโดยทั่วไปเชื่อว่าผู้เรียบเรียงจากศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล (ที่เรียกว่า "ผู้เขียนหนังสือพงศาวดาร") เป็นผู้เขียนสุดท้ายของหนังสือเหล่านี้แม่แบบ:Sfn ในบทที่ 2 ของหนังสือเนหะมีย์ นับตั้งแต่เมื่อเนหะมีย์ได้รับรายงานเกี่ยวเยรูซาเล็มในเดือนคิสเลฟ (พฤศจิกายน/ธันวาคม) เนหะมีย์รอจนกระทั่งเดือนนิสาน (มีนาคม/เมษายน) เมื่อเนหะมีย์ทูลขอกษัตริย์อารทาเซอร์ซีสที่ 1 แห่งเปอร์เซีย ขออนุญาตกกลับไปช่วยก่อสร้างเยรูซาเล็มขึ้นใหม่แม่แบบ:Sfn กษัตริย์อารทาเซอร์ซีสทรงอนุญาตตามคำทูลขอของเนหะมีย์ และถึงแม้ว่าเนหะมีย์จะมีอำนาจเหนือบรรดาผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติสน้อยกว่าเอสรา แต่เนหะมีย์ก็ได้รับตำแหน่งราชการและมีนายทหารและพลม้าคุ้มกันแม่แบบ:Sfn

ต้นฉบับ

เนหะมีย์ถวายถ้วยเสวยทองคำแก่กษัตริย์อารทาเซอร์ซีส ภาพวาดของ Fol. 178v ของสำนาต้นฉบับมีภาพประกอบในภาษาละติน (ค.ศ. 1270)

บทนี้เดิมเขียนด้วยภาษาฮีบรู แบ่งออกเป็น 20 วรรค

พยานต้นฉบับ

บางสำเนาต้นฉบับในยุคต้นที่มีข้อความของบทนี้เป็นภาษาฮีบรูมีลักษณะเป็นต้นฉบับเมโซเรติก (Masoretic Text) ได้แก่ ฉบับเลนินกราด (Leningrad Codex; ค.ศ. 1008)แม่แบบ:Sfnแม่แบบ:Efn

ยังมีคำแปลเป็นภาษากรีกคอยนีที่รู้จักในชื่อเซปทัวจินต์ (ทำขึ้นในช่วงไม่กี่ศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตกาล) ได้แก่ ฉบับวาติกัน (Codex Vaticanus; B; 𝔊B; ศตวรรษที่ 4) ฉบับซีนาย (Codex Sinaiticus; S; BHK: 𝔊S; ศตวรรษที่ 4) และฉบับอะเล็กซานเดรีย (Codex Alexandrinus; A; 𝔊A; ศตวรรษที่ 5)แม่แบบ:Sfn

เนหะมีย์ถูกส่งไปยูดาห์ (2:1–8)

แม่แบบ:โครง-ส่วน

การตรวจสอบกำแพงเมืองและการถูกต่อต้าน (2:9–20)

แม่แบบ:โครง-ส่วน

ดูเพิ่ม

หมายเหตุ

แม่แบบ:รายการหมายเหตุ

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง

บรรณานุกรม

อ่านเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:หนังสือเนหะมีย์

  1. Babylonian Talmud Baba Bathra 15a, apud Fensham 1982, p. 2