แผลไหม้
แม่แบบ:Short description แม่แบบ:Infobox medical condition (new) แม่แบบ:ใช้ปีคศ แผลไหม้ (แม่แบบ:Langx) เป็นการบาดเจ็บที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออื่นแม่แบบ:Nbspๆ มีเหตุจากความร้อน ความเย็น การเสียดสี หรือการแผ่รังสี (เช่น ไหม้แดด)[1] โดยมักเกิดจากของเหลวร้อน (คือถูกลวก) ของแข็งร้อน หรือไฟ[2] แม้อัตราการเกิดจะคล้ายแม่แบบ:Nbspๆ กันในหญิงชาย แต่เหตุมักจะต่างกัน[3] สำหรับหญิงในภูมิประเทศบางแห่ง ความเสี่ยงมาจากการใช้ไฟหุงต้มแบบเปิดโล่งหรือเตาหุงต้มที่ไม่ปลอดภัย[3] สำหรับชาย ความเสี่ยงมาจากที่ทำงาน[3] ปัจจัยเสี่ยงอื่นแม่แบบ:Nbspๆ รวมทั้งการติดเหล้าและการสูบบุหรี่[3] ยังอาจเกิดเพราะทำร้ายตัวเองหรือถูกคนอื่นทำร้าย[3]
แผลไหม้ที่มีผลต่อผิวหนังชั้นบนสุดจัดอยู่ในแม่แบบ:Nowrap (ไหม้ตื้น, superficial)[4][5] มีสีแดงโดยไม่มีตุ่มพองและเจ็บราวแม่แบบ:Nbspๆ แม่แบบ:Nowrap[4][5] เมื่อไหม้ลึกถึงหนังข้างใต้ ก็จัดเป็นแม่แบบ:Nowrap (partial-thickness)[4] มักมีตุ่มพองและเจ็บมาก[4] อาจใช้เวลาถึง แม่แบบ:Nowrapกว่าจะหายและอาจมีแผลเป็น[4] แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap (full-thickness) จะไหม้ตลอดหนังทุกชั้น[4] มักไม่เจ็บและแผลจะแข็ง[4] ปกติจะไม่หายเอง[4] แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap ไหม้เนื้อเยื่อที่ลึกยิ่งขึ้น เช่น กล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก[4] แผลมักดำและมักเป็นเหตุให้เสียส่วนที่ไหม้นั้นแม่แบบ:Nbspๆ[4][6]
แผลไหม้ปกติป้องกันได้[3] การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง[4] การไหม้ตื้นแม่แบบ:Nbspๆ อาจรักษาด้วยแค่ยาระงับปวดธรรมดาแม่แบบ:Nbspๆ เทียบกับการไหม้มากซึ่งอาจต้องรักษาเป็นเวลานานในศูนย์รักษาแผลไหม้[4] การแช่น้ำเย็นอาจช่วยลดความเจ็บและความเสียหาย แต่ในบางกรณี การแช่นานแม่แบบ:Nbspๆ อาจทำให้ตัวเย็นเกิน[4][5] แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap อาจต้องทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ แล้วทายาพันแผล[4] วิธีการรักษาตุ่มพองยังไม่แน่ชัด อาจสมควรทิ้งไว้เฉยแม่แบบ:Nbspๆ ถ้าเล็ก หรือระบายน้ำออกถ้าใหญ่[4] แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap อาจต้องผ่าตัด เช่น การปลูกถ่ายหนัง (skin grafting)[4] แผลไหม้มากแม่แบบ:Nbspๆ มักต้องให้น้ำเกลือจำนวนมาก เพราะหลอดเลือดฝอยรั่วและเพราะบวมน้ำ[5] ภาวะแทรกซ้อนที่สามัญสุดคือการติดเชื้อ[7] ควรให้วัคซีนบาดทะยักถ้าไม่มีภูมิ[4]
ในปีแม่แบบ:Nbsp2015 ไฟและความร้อนทำให้คนบาดเจ็บ แม่แบบ:Nowrap[8] ทำให้เข้า ร.พ. แม่แบบ:Nowrapและเสียชีวิต แม่แบบ:Nowrap[9][10] ผู้เสียชีวิตโดยมากอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในเอเชียอาคเนย์[3] แผลไหม้ขนาดใหญ่อาจทำให้เสียชีวิต แต่การรักษาสมัยใหม่นับตั้งแต่แม่แบบ:Nowrap ก็ทำให้ได้ผลดีขึ้น โดยเฉพาะในเด็กและคนหนุ่มสาว[11] ในสหรัฐ คนที่รับเข้าศูนย์แผลไหม้เฉพาะทางประมาณแม่แบบ:Nowrap รอดชีวิต[12] ผลระยะยาวขึ้นอยู่กับขนาดแผลและอายุคนไข้[4]
อาการ
อาการของแผลไหม้ขึ้นอยู่กับความลึก แผลตื้นแม่แบบ:Nbspๆ ทำให้เจ็บเป็นเวลา แม่แบบ:Nowrapแล้วหนังก็จะลอกต่อมา[5][13] แผลที่รุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เจ็บหรือตึง แผลแม่แบบ:Nowrap อาจทำให้ไม่รู้สึกการแตะเบาแม่แบบ:Nbspๆ หรือการถูกเจาะ[13] แผลตื้นมักจะแดง ที่หนักขึ้นอาจเป็นสีชมพู ขาว หรือดำ[13] แผลใกล้แม่แบบ:Nbspๆ ปากหรือขนไหม้ในจมูกอาจชี้ว่า มีแผลไหม้ในทางลมหายใจ แต่ก็ไม่แน่นอน[14] อาการน่าเป็นห่วงรวมทั้งหายใจลำบาก เสียงแหบ หายใจเข้ามีเสียงฮื้ด (stridor, wheezing)[14] แผลมักคันเมื่อกำลังหาย โดยเกิดในผู้ใหญ่แม่แบบ:Nowrap และเกือบทั้งหมดในเด็ก[15] ความชาอาจคงยืนเป็นเวลานานถ้าเป็นแผลไหม้เนื่องกับไฟฟ้า[16] แผลไหม้อาจก่อความทุกข์ทางใจ[17]
| ประเภท[4] | ชั้นที่เกี่ยวข้อง | การปรากฏ | ผิว | ความรู้สึก | เวลาหาย | พยากรณ์โรค | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ระดับ 1 (ตื้น ๆ)แม่แบบ:Efn-la |
หนังกำพร้า[5] | ผิวแดงไร้ตุ่มพอง[4] | แห้ง | เจ็บปวด[4] | 5-10 วัน[4][18] | หายได้ดี[4] การไหม้แดดบ่อย ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังภายหลังในชีวิต[19] | |
| ระดับ 2 แบบตื้นแม่แบบ:Efn-la |
ไหม้ไปถึงหนังแท้ที่ผิว ๆ (papillary)[4] | แดงโดยมีตุ่มพองใส[4] ซีดถ้ากด[4] | ชื้น/เปียก[4] | เจ็บมาก[4] | 2-3 สัปดาห์[4][13] | อักเสบรอบ ๆ (เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ) แต่ปกติไม่กลายเป็นแผลเป็น[13] | |
| ระดับ 2 แบบลึกแม่แบบ:Efn-la |
ไหม้ไปถึงหนังแท้ส่วนลึก (reticular)[4] | เหลืองหรือขาว ไม่ค่อยซีด อาจเป็นตุ่มพอง[4] | ค่อนข้างแห้ง[13] | ตึงและไม่สบาย[13] | 3-8 สัปดาห์[4] | เป็นแผลเป็น ผิวตึง (อาจต้องตัดออกหรือปลูกถ่ายผิวหนัง)[13] | |
| ระดับ 3แม่แบบ:Efn-la | ไหม้ตลอดหนังแท้[4] | แข็ง มีสีขาว/น้ำตาล[4] แม่แบบ:Nowrap[13] | เหมือนหนังสัตว์[4] | ไม่เจ็บ[4] | นาน (เป็นเดือน ๆ) ไม่หายสนิท[4] | แผลเป็น ผิวตึง อาจต้องตัดออก (แนะนำให้ตัดออกตั้งแต่เนื่องแม่แบบ:Nbspๆ)[13] | |
| ระดับ 4แม่แบบ:Efn-la | ไหม้ตลอดหนัง เข้าไปถึงไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูกข้างใต้[4] | หนังตายล่อนเป็นสีดำ | แห้ง | ไม่เจ็บ | ต้องตัดออก[4] | ตัดอวัยวะออก พิการอย่างสำคัญ และในบางกรณี ถึงตาย[4] |
เหตุ
แผลไหม้มีเหตุจากสิ่งภายนอกต่างแม่แบบ:Nbspๆ รวมทั้งความร้อน สารเคมี ไฟฟ้า และการแผ่รังสี[20] ในสหรัฐ เหตุสามัญที่สุดคือ ไฟ (แม่แบบ:Nowrap), ถูกลวก (แม่แบบ:Nowrap), วัตถุร้อน (แม่แบบ:Nowrap), ไฟฟ้า (แม่แบบ:Nowrap) และสารเคมี (แม่แบบ:Nowrap)[21] โดยมากเกิดที่บ้าน (แม่แบบ:Nowrap) หรือที่ทำงาน (แม่แบบ:Nowrap)[12] โดยมากเป็นอุบัติเหตุ มีแม่แบบ:Nowrap ถูกทำร้าย และ แม่แบบ:Nowrap มาจากพยายามฆ่าตัวตาย[17] เหตุเหล่านี้อาจก่อแผลไหม้ในทางเดินลมหายใจหรือปอด ซึ่งเกิดราวแม่แบบ:Nbspๆ แม่แบบ:Nowrap[7] คนจนเกิดแผลไหม้มากกว่า[17] การสูบบุหรี่และการติดเหล้าเป็นปัจจัยเสี่ยง[2] แผลไหม้เนื่องกับไฟสามัญกว่าในเขตที่หนาวกว่า[17] ปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะของประเทศกำลังพัฒนารวมการหุงต้มด้วยไฟที่เปิดโล่งหรือด้วยไฟก่อที่พื้น[1] ปัญหาพัฒนาการในเด็ก และโรคเรื้อรังในผู้ใหญ่[22]
เหตุความร้อน
แม่แบบ:Image frame ในสหรัฐ ไฟและน้ำร้อนเป็นเหตุสามัญสุด[7] สำหรับไฟไหม้ในบ้านที่ทำให้เสียชีวิต การสูบบุหรี่เป็นเหตุแม่แบบ:Nowrap และแม่แบบ:Nowrapแม่แบบ:Nowrap[1] เกือบครึ่งมีเหตุจากการพยายามดับไฟ[1] การถูกลวกมีเหตุจากน้ำร้อนหรือแก๊สร้อน สามัญที่สุดเนื่องกับเครื่องดื่มร้อน, น้ำร้อนจากก๊อกน้ำหรือฝักบัวอาบน้ำในห้องน้ำ, น้ำมันประกอบอาหาร หรือจากแม่แบบ:Nowrap[23] การถูกลวกสามัญที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า แม่แบบ:Nowrap[4] โดยในสหรัฐและออสเตรเลีย เป็นคนไข้เกินกว่า 2/3[7] การถูกวัสดุร้อนเป็นเหตุแผลไหม้ของเด็กแม่แบบ:Nowrap[7] ทั่วไปแล้ว การถูกลวกจะก่อแผลไหม้แม่แบบ:Nowrap หรือ 2 แต่ก็อาจก่อแม่แบบ:Nowrap ด้วยเพราะติดแช่อยู่นาน[24] ดอกไม้ไฟเป็นเหตุสามัญในช่วงเทศกาลวันหยุดในประเทศหลายประเทศ[25] โดยเฉพาะสำหรับเด็กชายวัยรุ่น[26]
เหตุสารเคมี
สารเคมีเป็นเหตุให้เกิดแผลไหม้แม่แบบ:Nowrap แต่เป็นเหตุให้ตายเพราะแผลไหม้ถึงแม่แบบ:Nowrap[27] มีสาร แม่แบบ:Nowrapที่อาจเป็นเหตุ[4] โดยมากเป็นด่าง (แม่แบบ:Nowrap) หรือกรด (แม่แบบ:Nowrap) ที่มีฤทธิ์แรง[27] การตายมักเกิดจากการกิน[4] สารสามัญรวมทั้งแม่แบบ:Nowrapในผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ แม่แบบ:Nowrapในสารฟอกขาวที่พบในน้ำยาซักผ้าขาว และไฮโดรคาร์บอนที่เพิ่มแฮโลเจนดังที่พบในน้ำยาลอกสีเป็นต้น[4] แม่แบบ:Nowrapอาจก่อแผลลึกที่ไม่มีอาการจนกระทั่งหลังช่วงระยะหนึ่ง[28] แม่แบบ:Nowrapอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงจำนวนมากแตก[14]
เหตุไฟฟ้า
การบาดเจ็บเหตุไฟฟ้าอาจจัดหมู่เป็นแบบไฟฟ้าแรงสูง (>=แม่แบบ:Nbspแม่แบบ:Nowrap) ไฟฟ้าแรงต่ำ (แม่แบบ:Nowrap) หรือแบบไฟวาบที่เกิดจากอาร์กไฟฟ้า[4] เหตุหลักต่อเด็กเกิดจากสายไฟ (แม่แบบ:Nowrap) ตามด้วยปลั๊กไฟ (แม่แบบ:Nowrap)[7] ฟ้าผ่าก็อาจเป็นเหตุได้ด้วย[29] ปัจจัยเสี่ยงถูกฟ้าผ่ารวมทั้งการเล่นกีฬากลางแจ้งหรือทำงานกลางแจ้ง[16] อัตราตายเหตุถูกฟ้าฝ่าอยู่ราวแม่แบบ:Nbspๆ แม่แบบ:Nowrap[16] แม้การบาดเจ็บหลักเนื่องกับไฟฟ้าอาจเป็นแผลไหม้ แต่กระดูกก็อาจหักหรือข้ออาจหลุดเนื่องจากถูกกระแทกหรือเพราะการหดเกร็งกล้ามเนื้อ[16] สำหรับไฟฟ้าแรงสูง ความเสียหายโดยมากอาจอยู่ข้างใน ดังนั้น จึงไม่สามารถรู้ว่าบาดเจ็บแค่ไหนเพียงตรวจดูแค่ผิวหนัง[16] การถูกไฟช็อตไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าแรงสูงหรือแรงต่ำก็ล้วนอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเต้น[16]
เหตุการแผ่รังสี
แผลไหม้เหตุการแผ่รังสีอาจมาจากการถูกรังสีอัลตราไวโอเลตนานแม่แบบ:Nbspๆ เช่น จากแสงอาทิตย์ จากการเชื่อมอาร์ก เป็นต้น หรือจากการแผ่รังสีแตกไอออน (ionizing radiation) เช่น จากการฉายรังสี จากเอกซเรย์ หรือจากฝุ่นกัมมันตรังสี[30] การตากแดดเป็นเหตุสามัญสุดสำหรับแผลไหม้เหตุแผ่รังสี และสำหรับแผลไหม้แม่แบบ:Nowrap ด้วย[31] โดยเกิดขึ้นง่ายแค่ไหนขึ้นอยู่กับแม่แบบ:Nowrap[32] ผลของการแผ่รังสีแตกไอออนต่อผิวจะขึ้นอยู่กับว่าถูกนานแค่ไหน ผมอาจร่วงหลังจากได้ขนาด 3แม่แบบ:Nbspเกรย์ ผิวแดงหลังจาก 10แม่แบบ:Nbspเกรย์ หนังลอกหลังจาก 20แม่แบบ:Nbspเกรย์ เนื้อตายหลังจาก 30แม่แบบ:Nbspเกรย์[33] ถ้าผิวแดง อาจจะไม่ปรากฏจนสักระยะหนึ่ง[33] ส่วนการรักษานั้นเหมือนกับแผลไหม้อื่นแม่แบบ:Nbspๆ[33] แผลไหม้เหตุไมโครเวฟเกิดจากความร้อนที่เนื่องกับคลื่นไมโครเวฟ[34] แม้การถูกเพียงแค่ 2แม่แบบ:Nbspวินาทีก็อาจก่อแผล แต่นี่ไม่สามัญ[34]
เหตุที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ
ในบุคคลที่เข้า ร.พ. เนื่องกับแผลไหม้เหตุไฟหรือถูกลวก แม่แบบ:Nowrap เป็นเพราะถูกทำร้าย[35] รวมทั้งทารุณกรรมต่อเด็ก ทะเลาะกันส่วนตัว ถูกคู่ครองทำร้าย คนแก่ถูกทำร้าย และทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์[35] การแช่ติดอยู่กับของร้อนหรือในน้ำร้อนอาจชี้ว่าเป็นทารุณกรรมต่อเด็ก[24] ซึ่งอาจเกิดเมื่ออวัยวะปลายแม่แบบ:Nbspๆ หรือบางครั้งก้น ถูกกดให้แช่น้ำร้อน[24] ปกติมีขอบบนที่ชัดเจนและมักจะเสมอกัน (symmetrical)[24] โดยส่วนพับของผิวหนังอาจทำให้ส่วนนั้นไม่ไหม้ (เรียกในภาษาอังกฤษว่า "sock burns", "glove burns" หรือ "zebra stripes")[36]
แผลไหม้จงใจด้วยไฟบุหรี่มักพบที่หน้า หลังมือ หรือหลังเท้า[36] ตัวชี้ทารุณกรรมอื่นแม่แบบ:Nbspๆ รวมทั้งแผลไหม้เป็นวง (circumferential burns) การไร้แผลที่เป็นรอยน้ำกระเซ็น แผลไหม้โดยลึกเท่าแม่แบบ:Nbspๆ กัน และมีลักษณะอาการถูกละเลยและทารุณกรรมอื่นแม่แบบ:Nbspๆ[37] การเผาเจ้าสาวซึ่งเป็นทารุณกรรมในครอบครัวอย่างหนึ่งเกิดในวัฒนธรรมบางอย่าง เช่นอินเดียที่เผาผู้หญิงเพราะสามีหรือครอบครัวสามีคิดว่าได้สินสอดไม่พอ[38][39] ในปากีสถาน กรดเป็นเหตุในแม่แบบ:Nowrap เมื่อจงใจทำร้ายผู้อื่นและมักเป็นทารุณกรรมในครอบครัว[37] การเผาตนเองก็ใช้เป็นวิธีการประท้วงอย่างหนึ่งในที่ต่างแม่แบบ:Nbspๆ ของโลก[17]
พยาธิสรีรวิทยา

เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า แม่แบบ:Nowrap โปรตีนในเซลล์จะเริ่มเสียรูปแล้วสลาย[40] มีผลให้เซลล์และเนื้อเยื่อเสียหาย[4] การทำงานผิดปกติของผิวหนังเป็นผลของแผลไหม้ต่อสุขภาพโดยตรง[4] รวมทั้งการเสียความรู้สึก การป้องกันไม่ให้เสียน้ำโดยระเหย และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย[4] ปัญหาที่เยื่อหุ้มเซลล์ทำให้เซลล์เสียโพแทสเซียมออกนอกเซลล์แล้วได้น้ำกับโซเดียมเพิ่ม[4]
สำหรับแผลใหญ่ (คือมากกว่าแม่แบบ:Nowrap ของผิวร่างกายทั้งหมด) จะมีการอักเสบอย่างสำคัญ[41] ทำให้น้ำซึมออกมาจากหลอดเลือดฝอยยิ่งขึ้น[14] แล้วทำให้บวมน้ำต่อมา[4] ทำให้ปริมาตรของเลือดโดยรวมลดลง โดยเลือดที่เหลือก็จะเสียน้ำเลือด (พลาสมา) อย่างสำคัญ และทำให้เลือดข้นขึ้น[4] เลือดที่ไหลได้แย่ลงไปยังอวัยวะต่างแม่แบบ:Nbspๆ เช่น ไตและทางเดินอาหาร อาจทำให้ไตวายและเกิดแผลเปื่อยในกระเพาะอาหาร (gastric ulcer)[42]
แคเทโคลามีน (catecholamine) และคอร์ติซอล (cortisol) ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ระดับเมแทบอลิซึมสูงผิดปกติเป็นปีแม่แบบ:Nbspๆ[41] ซึ่งทำให้หัวใจปั๊มเลือดมากขึ้น หัวใจเต้นเร็ว และภูมิคุ้มกันอ่อนแอ[41]
การวินิจฉัย
แผลไหม้อาจจัดหมวดตามความลึก เหตุให้เกิดแผล ขนาด และการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกัน หมวดที่ใช้มากที่สุดเป็นไปตามความลึก ซึ่งระบุด้วยการตรวจแผล แต่ก็อาจตัดเนื้อออกตรวจ[4] การระบุความลึกให้แม่นยำโดยตรวจเพียงครั้งเดียวอาจยาก จึงอาจต้องตรวจซ้ำหลายแม่แบบ:Nbspๆ วัน[14] สำหรับคนที่ปวดหรือเวียนหัวและมีแผลไหม้จากไฟ ควรพิจารณาภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษด้วย[43] ไซยาไนด์เป็นพิษก็ควรพิจารณาด้วยเหมือนกัน[14]
ตามขนาด

ขนาดจะวัดโดยสัดส่วนแผลไหม้เทียบกับพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด (total body surface area ตัวย่อ TBSA)[4] แผลแม่แบบ:Nowrap ที่ปรากฏเป็นสีแดงไร้ตุ่มพองไม่รวมอยู่ในการประเมินเช่นนี้[4] แผลไหม้โดยมาก (แม่แบบ:Nowrap) มีผลต่อพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมดน้อยกว่าแม่แบบ:Nowrap[7] มีวิธีระบุสัดส่วนแผลไหม้หลายอย่างรวมทั้ง Wallace rule of nines (กฎเลขเก้าของวอลเลซ), Lund and Browder chart และวิธีประเมินขึ้นกับขนาดมือ[5] กฎเลขเก้าจำได้ง่ายแต่แม่นสำหรับคนอายุมากกว่า 16แม่แบบ:Nbspปีเท่านั้น[5] วิธี Lund and Browder chart จะแม่นกว่า เพราะใช้อัตราส่วนร่างกายที่ต่างแม่แบบ:Nbspๆ กันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่[5] ขนาดมือของบุคคล (รวมฝ่ามือและนิ้ว) จะราวแม่แบบ:Nbspๆ แม่แบบ:Nowrap ของพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด[5]
กฎเลขเก้า (เข้ากับรูปที่แสดงได้) ระบุส่วนต่างแม่แบบ:Nbspๆ ของร่างกายเป็นร้อยละเก้าแม่แบบ:Nbspๆ รวมทั้ง แขนซ้าย (9%) แขนขวา (9%) ศีรษะกับคอ (9%) แม่แบบ:Nowrap (9%) ท้อง (9%) หลังทั้งหมด (18%) ขาซ้าย (18%) ขาขวา (18%) และอวัยวะเพศ/บริเวณขาหนีบ (1%)[44]
ความรุนแรง
| น้อย | ปานกลาง | มาก |
|---|---|---|
| ผู้ใหญ่ <10% TBSA | ผู้ใหญ่ 10-20% TBSA | ผู้ใหญ่ >20% TBSA |
| เด็กหรือคนชรา <5% TBSA | เด็กหรือคนชรา 5-10% TBSA | เด็กหรือคนชรา >10% TBSA |
| ไหม้ลึกแม่แบบ:Efn-lr <2% | ไหม้ลึก 2-5% | ไหม้ลึก >5% |
| บาดเจ็บเหตุไฟฟ้าแรงสูง | แผลไหม้เหตุไฟฟ้าแรงสูง | |
| อาจบาดเจ็บเพราะสูดเข้าไป | รู้ว่าบาดเจ็บเพราะสูดเข้าไป | |
| แผลไหม้เป็นวงแม่แบบ:Efn-lr | แผลไหม้อย่างสำคัญที่หน้า ข้อต่อ มือ หรือเท้า | |
| ปัญหาสุขภาพอย่างอื่น | การบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกันอื่น ๆ | |
เพื่อระบุการต้องส่งไปศูนย์รักษาแผลไหม้ สมาคมแผลไหม้อเมริกัน (American Burn Association) ได้สร้างระบบการจัดหมวดหมู่ขึ้นอย่างหนึ่ง ในระบบนี้ แผลไหม้อาจเป็นแบบมาก (major) ปานกลาง (moderate) หรือน้อย (minor) ประเมินโดยอาศัยปัจจัยหลายอ่าง รวมทั้งพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมดที่ไหม้ อวัยวะต่างแม่แบบ:Nbspๆ ที่ไหม้ อายุ และการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกัน[43] แบบน้อยปกติรักษาได้ที่บ้าน แบบปานกลางมักรักษาที่ รพ. และแบบมากรักษาที่ศูนย์รักษาแผลไหม้[43]
การป้องกัน
ตามประวัติแล้ว แผลไหม้ราวแม่แบบ:Nbspๆ ครึ่งเชื่อว่าป้องกันได้[1] โปรแกรมป้องกันการถูกไหม้ได้ลดอัตราแผลไหม้แบบหนักได้อย่างสำคัญ[40] วิธีการป้องกันรวมทั้งจำกัดอุณหภูมิน้ำร้อน เครื่องตรวจควันไฟ ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง การสร้างอาคารที่ดี และเสื้อผ้ากันไฟ[1] ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องทำน้ำร้อนให้ต่ำกว่า แม่แบบ:Nowrap[7] วิธีอื่นเพื่อป้องกันน้ำลวกรวมการใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิน้ำอาบ อุปกรณ์กันกระเด็นที่ใช้กับภาชนะหุงต้ม[40] แม้ผลของกฎหมายควบคุมดอกไม้ไฟจะไม่ชัดเจน แต่ก็มีหลักฐานในเบื้องต้นว่ามีประโยชน์[45] รวมทั้งการจำกัดขายให้เด็ก[7]
การรักษา
การรักษาพยาบาลเริ่มตั้งแต่ประเมินและรักษาเสถียรภาพทางลมหายใจของบุคคล ของการหายใจ และของการเดินเลือด[5] ถ้าสงสัยว่าสูดความร้อนเข้าไปด้วย การช่วยหายใจด้วยแม่แบบ:Nowrapอาจจำเป็นตั้งแต่เนื่องแม่แบบ:Nbspๆ[14] แล้วจึงรักษาแผลไหม้ คนที่มีแผลใหญ่อาจต้องพันด้วยผ้าสะอาดจนกว่าจะมาถึง รพ.[14] เพราะแผลไหม้เสี่ยงติดเชื้อ ก็จะให้วัคซีนบาดทะยักถ้าไม่ได้ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันไว้ในระยะ 5แม่แบบ:Nbspปีที่ผ่านมา[46] ในสหรัฐ คนไข้แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap ที่มายังแผนกฉุกเฉินจะได้รักษาแล้วให้กลับบ้าน ที่เหลือต้องเข้ารักษาใน รพ.[17] ถ้าแผลใหญ่ ต้องให้อาหารตั้งแต่เนื่องแม่แบบ:Nbspๆ[41] ควรได้โปรตีนเพิ่ม โดยสารอาหารรอง (trace element) และวิตามินก็มักจำเป็น[47] ในสถานพยาบาลที่มี การให้ออกซิเจนด้วยหีบให้ออกซิเจนในแรงดันอากาศสูง (hyperbaric oxygenation) เพิ่มอาจมีประโยชน์[48]
น้ำเกลือ
สำหรับผู้ที่เลือดไหลเวียนไม่ดี (poor tissue perfusion) ควรให้น้ำเกลือแบบ isotonic crystalloid solution (สารละลายคริสแทลลอยด์ซึ่งมีความดันออสโมซิสเสมอเลือด)[5] ในเด็กที่มีผิวไหม้เป็นเนื้อที่ (ของ total body surface area หรือ TBSA) แม่แบบ:Nowrap และผู้ใหญ่ที่มีมากกว่าแม่แบบ:Nowrap ควรให้น้ำเกลือและตามเฝ้าสังเกต[5][49][50] ในผู้ที่มี TBSA ยิ่งกว่าแม่แบบ:Nowrap ควรทำเช่นนี้แม้ก่อนไปถึง รพ. ถ้าเป็นไปได้[49] สูตรพาร์กแลนด์ (Parkland formula) สามารถใช้ระบุปริมาตรน้ำเกลือที่ต้องให้ใน 24แม่แบบ:Nbspชม. แรก เป็นสูตรที่ผลลัพธ์แปรไปตามพื้นที่แผลไหม้เป็นอัตราของ แม่แบบ:Abbr และน้ำหนักแม่แบบ:Efn-ua น้ำเกลือครึ่งหนึ่งจะให้ใน 8แม่แบบ:Nbspชม.แม่แบบ:Nbspแรก และที่เหลือใน 16แม่แบบ:Nbspชม.แม่แบบ:Nbspต่อมา เวลาจะคำนวณเริ่มเมื่อถูกไหม้ ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ให้น้ำเกลือ เด็กต้องได้น้ำเกลือประเภทอื่นแม่แบบ:Nbspๆ รวมทั้งกลูโคส[14] อนึ่ง ผู้ที่บาดเจ็บทางเดินลมหายใจด้วยต้องได้น้ำเกลือมากกว่า[51] แม้การให้ไม่พออาจเป็นปัญหา แต่การให้เกินก็มีผลลบด้วย[52] สูตรเป็นเพียงแค่แนวปฏิบัติ ควรปรับให้ได้ปัสสาวะ แม่แบบ:Nowrap ในผู้ใหญ่ หรือ แม่แบบ:Nowrap ในเด็ก โดยมีความดันเลือดแบบ mean arterial pressure (MAP) ยิ่งกว่า 60 mmHg[14] แม้จะมักใช้น้ำเกลือแบบ lactated Ringer's solution แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าดีกว่าน้ำเกลือธรรมดา (normal saline)[5] น้ำเกลือแบบคริสแทลลอยด์ดูเหมือนจะดีเท่าแม่แบบ:Nbspๆ กับแบบคอลลอยด์ (colloid) แต่เพราะแบบหลังแพงกว่าจึงไม่แนะนำ[53][54] การถ่ายเลือดจำเป็นในกรณีจำนวนน้อย[4] ซึ่งแนะนำก็ต่อเมื่อระดับเฮโมโกลบินตกต่ำกว่า แม่แบบ:Nowrap (แม่แบบ:Nowrap)[55] เพราะเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน[14] เข็มให้น้ำเกลืออาจสอดผ่านผิวที่ไหม้ถ้าจำเป็น หรืออาจให้ผ่านไขกระดูก (intraosseous infusion)[14]
การพยาบาลแผล
การแช่เย็นตั้งแต่เนื่อง ๆ (ภายใน แม่แบบ:Nowrapหลังเกิดเหตุ) ลดความลึกของแผลและความเจ็บ แต่ถ้าทำมากเกินไปก็อาจทำให้ตัวเย็นเกิน[4][5] ควรทำด้วยน้ำเย็นอุณหภูมิระหว่าง แม่แบบ:Nowrap โดยไม่ใช้น้ำแข็งเพราะอาจทำให้แย่ลง[5][40] แผลไหม้เหตุสารเคมีอาจต้องล้างให้มาก ๆ[4] การทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำ, การเอาเนื้อตายออก และการปิดแผลเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีตุ่มพองที่ยังไม่แตก ไม่ชัดเจนว่าควรทำอย่างไร มีหลักฐานในเบื้องต้นบ้างว่า ควรทิ้งไว้เฉย ๆ แผลไหม้ระดับสองควรตรวจอีกหลังจาก แม่แบบ:Nowrap[40] สำหรับแผลไหม้ระดับ 1 และ 2 การปิดแผลเช่นไรดีมีแต่หลักฐานคุณภาพไม่ดี[56] การไม่ปิดแผลไหม้ระดับ 1 นั้นเหมาะสม[40]
แม้มักจะแนะนำยาทาปฏิชีวนะ แต่ก็มีหลักฐานสนับสนุนน้อย[57][58] ยาปฏิชีวนะซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน (silver sulfadiazine) ไม่แนะนำเพราะอาจทำให้หายช้า[56][59] มีหลักฐานไม่เพียงพอสนับสนุนให้ใช้ผ้าปิดที่มีซิลเวอร์[60] หรือการปิดแผลแบบดูดอากาศลดความดัน (negative-pressure wound therapy)[61] ซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีนดูไม่ต่างกับโฟมมีซิลเวอร์เพื่อช่วยให้แผลหาย[62]
ยา
แผลไหม้อาจเจ็บมาก แต่ก็มีวิธีลดความเจ็บ เช่นใช้ยาระงับปวดธรรมดา ๆ เช่น ไอบิวพรอเฟนและพาราเซตามอล และใช้ยากลุ่มโอปิออยด์ เช่น มอร์ฟีน ยากลุ่มเบ็นโซไดอาเซพีนอาจให้พร้อมกับยาระงับปวดเพื่อลดความวิตกกังวล[40] เมื่อกำลังหาย อาจนวด ใช้สารต้านฮิสตามีน หรือการกระตุ้นประสาทผ่านผิว (transcutaneous electrical nerve stimulation) เพื่อแก้คัน[15] แต่สารต้านฮิสตามีนก็ได้ผลเพื่อจุดประสงค์นี้เพียงในคนไข้แม่แบบ:Nowrap[63] มีหลักฐานเบื้องต้นสนับสนุนให้ใช้ยา gabapentin (ปกติใช้รักษาโรคลมชัก ความเจ็บปวดเหตุโรคเส้นประสาท อาการวัยทอง อาการขาอยู่ไม่เป็นสุข)[15] คืออาจสมควรกับคนที่ไม่ดีขึ้นเมื่อใช้สารต้านฮิสตามีน[64] ลิโดเคน (lidocaine) ที่ให้ทางเส้นเลือดต้องมีงานศึกษาเพิ่มขึ้นก่อนจะแนะนำให้ใช้แก้ปวด[65]
การให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดแนะนำก่อนการผ่าตัดสำหรับคนไข้ที่ไหม้มาก (>60% TBSA)[66] จนถึงปี 2008 แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ทำอย่างนี้โดยทั่วไปเพราะแบคทีเรียอาจดื้อยา[57] และเพราะเสี่ยงติดเชื้อรา[14] แต่หลักฐานเบื้องต้นก็แสดงว่า อาจเพิ่มอัตรารอดชีวิตสำหรับคนไข้ที่มีแผลไหม้ใหญ่และรุนแรง[57] แต่ไซโตไคน์แบบไกลโคโปรตีนคือ แม่แบบ:Nowrap (Erythropoietin) ก็ไม่พบว่ามีผลป้องกันหรือรักษาภาวะเลือดจางในคนไข้แผลไหม้[14] ในกรณีที่มีเหตุจากกรดไฮโดรฟลูออริก แม่แบบ:Nowrap (calcium gluconate) เป็นยาแก้พิษโดยเฉพาะ และอาจให้ทางเส้นเลือดและ/หรือใช้ทา[28] ฮอร์โมนการเติบโตของมนุษย์แบบลูกผสม (recombinant human growth hormone ตัวย่อ rhGH) ในกรณีที่ไหม้เกินแม่แบบ:Nowrap ปรากฏว่า ช่วยให้หายเร็วขึ้นแม้ไม่มีผลต่อความเสี่ยงตาย[67] การใช้สเตอรอยด์รักษาไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน[68]
การผ่าตัด
แผลที่ต้องปิดด้วยการปลูกถ่ายหนัง (skin graft) หรือแผ่นเนื้อเยื่อปะปลูก (flap) ควรทำให้เร็วที่สุด โดยปกติคือแผลซึ่งยิ่งกว่าแผลไหม้ระดับ 3 เล็ก ๆ[69] แผลไหม้เป็นวงของแขนขาหรือหน้าอกอาจต้องผ่าตัดเอาหนังออกที่เรียกว่า escharotomy[70] เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการเดินเลือดหรือการหายใจ[70] ไม่ชัดเจนว่านี่มีประโยชน์สำหรับแผลที่คอหรือนิ้วหรือไม่[70] การผ่าตัดพังผืด (fasciotomy) อาจจำเป็นสำหรับแผลไหม้เหตุไฟฟ้า[70] การปลูกถ่ายหนังอาจใช้สิ่งทดแทนหนังชั่วคราว ไม่ว่าจะได้จากสัตว์ (มนุษย์ผู้บริจาคหรือหมู) หรืออาจสังเคราะห์ โดยใช้ปิดแผล ป้องกันการติดเชื้อและการเสียน้ำ แต่ในที่สุดก็จะเอาออก หรือว่า หนังมนุษย์ที่ปลูกถ่ายอาจติดอย่างถาวรถ้าไม่มีปฏิกิริยาปฏิเสธสิ่งปลูกถ่าย[71]
ไม่มีหลักฐานว่าการใช้คอปเปอร์ซัลเฟตเพื่อให้เห็นอนุภาคฟอสฟอรัสแล้วเอาออกจะช่วยให้แผลหายสำหรับแผลไหม้เหตุฟอสฟอรัส และการดูดซึมคอปเปอร์ซัลเฟตเข้าในเลือดก็มีผลร้าย[72]
แพทย์ทางเลือก
น้ำผึ้งใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อช่วยรักษาแผลและอาจมีประโยชน์สำหรับแผลไหม้ระดับ 1 และ 2[73] มีหลักฐานพอควรว่ามันช่วยแผลที่ไม่ไหม้ตลอดหนัง[74][75] หลักฐานสนับสนุนให้ใช้ว่านหางจระเข้มีคุณภาพไม่ดี[76] แม้อาจช่วยลดความเจ็บ[18] และงานทบทวนวรรณกรรมของกลุ่มแพทย์ไทยปี 2007 พบหลักฐานเบื้องต้นว่าช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น[77] แต่งานทบทวนต่อ ๆ มาตั้งแต่ปี 2012 ก็ไม่พบว่าดีกว่าซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน[76] มีงานทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเพียง 3แม่แบบ:Nbspงานที่ใช้พืชรักษาแผลไหม้ คือมี 2แม่แบบ:Nbspงานเกี่ยวกับว่านหางจระเข้ และงานหนึ่งเกี่ยวกับข้าวโอ๊ต[78]
มีหลักฐานน้อยว่าวิตามินอีช่วยไม่ให้เป็นแผลเป็น[79] ไม่แนะนำให้ใช้เนย[80] ในประเทศมีรายได้น้อย แผลไหม้จะรักษาด้วยแพทย์แผนโบราณอาจถึง 1/3 ซึ่งรวมการทาไข่ โคลน แม่แบบ:Nowrap หรือมูลโค[22] การผ่าตัดจะจำกัดในบางกรณีเพราะจนหรือไม่มีหมอ[22] มีวิธีอื่น ๆ นอกจากยาที่สามารถลดความเจ็บปวดและความวิตกกังวลรวมทั้งการบำบัดด้วยความเป็นจริงเสมือน (virtual reality therapy) การสะกดจิต และวิธีการทางพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งวิธีหลอกล่อใจ[64]
พยากรณ์โรค
| TBSA | อัตราตาย |
|---|---|
| 0-9% | 0.6% |
| 10-19% | 2.9% |
| 20-29% | 8.6% |
| 30-39% | 16% |
| 40-49% | 25% |
| 50-59% | 37% |
| 60-69% | 43% |
| 70-79% | 57% |
| 80-89% | 73% |
| 90-100% | 85% |
| หายใจเข้า | 23% |
พยากรณ์โรคแย่กว่าสำหรับผู้มีแผลใหญ่ คนมีอายุมากกว่า และหญิง[4] การบาดเจ็บเพราะหายใจเอาควันเข้า, การบาดเจ็บสำคัญอื่น ๆ เช่น กระดูกยาวแตก/หัก และการมีสภาพหนักอย่างอื่นร่วม (เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคทางจิตเวช และการตั้งใจฆ่าตัวตาย) ก็มีผลต่อพยากรณ์โรคด้วย[4] ในสหรัฐโดยเฉลี่ย ผู้ที่รับเข้าศูนย์แผลไหม้เฉพาะทางแม่แบบ:Nowrap เสียชีวิต[7] โดยผลที่ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล ยกตัวอย่างเช่น คนไข้ที่มีแผลไหม้น้อยกว่า 10%แม่แบบ:NbspTBSA มีอัตราตายน้อยกว่า 1% และคนไข้ที่มีแผลไหม้ยิ่งกว่า 90%แม่แบบ:NbspTBSA มีอัตราตาย 85%[81] แต่ในอัฟกานิสถาน คนไข้ที่มีแผลไหม้เกิน 60%แม่แบบ:NbspTBSA ไม่ค่อยรอด[7]
ระบบ Baux score ได้ใช้เพื่อคำนวณพยากรณ์โรคสำหรับแผลไหม้แบบหนัก การคำนวณดั้งเดิมบวกขนาดแผลไหม้ (% TBSA) กับอายุคนไข้ แล้วใช้ผลลัพธ์เป็นอัตราความเสี่ยงตาย[14] แต่เพราะการพยาบาลได้ดีขึ้น ปัจจุบันนี้จึงไม่ค่อยแม่น[14] หนังสือแพทย์ปี 2016 ระบุว่า โดยขึ้นอยู่กับศูนย์แพทย์ คะแนนที่ระบุว่าคนไข้ไม่สามารถรอดชีวิตได้อยู่ที่ 160 และคะแนนที่ระบุว่าคนไข้อาจรอดชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 110 โดยจะบวกเพิ่มอีก 17แม่แบบ:Nbspคะแนนถ้าคนไข้บาดเจ็บเนื่องจากสูดความร้อนเข้าไปด้วย[82]
แผลไหม้ในปี 2013 ทำให้สูญเสียปีสุขภาวะ แม่แบบ:Nowrap และก่อปีที่บุคคลอยู่อย่างพิการ แม่แบบ:Nowrap[10]
ภาวะแทรกซ้อน
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง โดยการติดเชื้อสามัญที่สุด[7] ตามลำดับโอกาสการเกิด ภาวะแทรกซ้อนรวมทั้งปอดบวม เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (cellulitis) การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการหายใจล้มเหลว[7] ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อรวมทั้ง แผลไหม้เกิน 30%แม่แบบ:NbspTBSA แผลไหม้ตลอดหนัง (ระดับ 3) อายุน้อยมากหรือแก่มาก แผลไหม้ที่ขาหรือฝีเย็บ[83] ปอดบวมเกิดบ่อยเป็นพิเศษสำหรับผู้สูดความร้อนเข้าไป[14] ภาวะเลือดจางเหตุแผลไหม้ตลอดหนังที่กินพื้นที่ยิ่งกว่า 10%แม่แบบ:NbspTBSA เป็นเรื่องสามัญ[5] แผลไหม้เหตุไฟฟ้าอาจก่ออาการ compartment syndrome (เนื้อเยื่อมีเลือดเลี้ยงไม่พอเพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้นในส่วนของร่างกาย) หรือ rhabdomyolysis (กล้ามเนื้อโครงร่างที่เสียหายเกิดสลายตัวอย่างรวดเร็ว) เพราะกล้ามเนื้อเสียหาย[14] ภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำที่ขาประเมินว่าเกิดกับคนไข้แม่แบบ:Nowrap[14] ระดับเมแทบอลิซึมที่สูงเป็นปี ๆ หลังแผลไหม้หนักอาจทำให้กระดูกหนาแน่นน้อยลงและเสียกล้ามเนื้อ[41] อาจเป็นแผลเป็นหลังจากหาย โดยเฉพาะในเด็กผิวเข้ม[79] หลังจากเกิดเหตุการณ์ เด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจอย่างสำคัญและมีความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ (แม่แบบ:Abbr)[84] แผลเป็นอาจก่อความคิดความรู้สึกกับร่างกายของตนที่ไม่ดี (disturbance in body image)[84] ในประเทศกำลังพัฒนา แผลไหม้ขนาดสำคัญอาจมีผลให้ถูกแยกตัวออกทางสังคม, ยากจนอย่างรุนแรง และทิ้งลูก[17]
วิทยาการระบาด

ในปี 2015 ไฟและความร้อนทำให้บาดเจ็บ แม่แบบ:Nowrap[8] ซึ่งทำให้เข้า รพ. แม่แบบ:Nowrapและคนเสียชีวิต 238,000แม่แบบ:Nbspราย[10] โดยลดลงจาก 300,000แม่แบบ:Nbspคนในปี 1990[86] จึงจัดเป็นเหตุบาดเจ็บอันดับแม่แบบ:Nbsp4 รองจากอุบัติเหตุยานยนต์ การตก และความรุนแรง[17] แผลไหม้แม่แบบ:Nowrap เกิดในประเทศกำลังพัฒนา[17] ซึ่งให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอยู่กันอย่างแออัดและหุงต้มอย่างไม่ปลอดภัย[17] โดยรวม แผลไหม้ถึงตายเกือบแม่แบบ:Nowrap เกิดในเอเชียอาคเนย์โดยมีอัตรา 11.6แม่แบบ:Nbspคนต่อประชากร 100,000แม่แบบ:Nbspคน[7] จำนวนคนไข้แผลไหม้ถึงตายได้ลดลงจาก 280,000แม่แบบ:Nbspคนในปี 1990 เหลือ 176,000แม่แบบ:Nbspคนในปี 2015[87][9] ในประเทศพัฒนาแล้ว ชายผู้ใหญ่มีอัตราตายเหตุแผลไหม้เป็นทวีคูณของหญิง โดยน่าจะเป็นเพราะมีอาชีพและกิจกรรมที่เสี่ยงกว่า แต่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ หญิงเสี่ยงเป็นทวีคูณเทียบกับชาย โดยมักเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครัวหรือความรุนแรงในครอบครัว[17] ในเด็กประเทศกำลังพัฒนา ความตายเหตุแผลไหม้เกิดในอัตราเป็นสิบ ๆ เท่าของประเทศพัฒนาแล้ว[17] รวม ๆ แล้วสำหรับเด็ก มันเป็นเหตุการเสียชีวิตหนึ่งในท๊อป 15[1] ระหว่างคริสต์ทศวรรษแม่แบบ:Nbsp1980 จนถึงปี 2004 อัตราแผลไหม้จนเสียชีวิตและอัตราการเกิดแผลไหม้ทั่วไปได้ลดลงในประเทศหลาย ๆ ประเทศ[17]
ประเทศพัฒนาแล้ว
การบาดเจ็บเหตุแผลไหม้ประมาณ 500,000แม่แบบ:Nbspรายได้รับการรักษาต่อปีในสหรัฐ[40] ทำให้เสียชีวิตราว ๆ 3,300แม่แบบ:Nbspรายในปี 2008[1] การบาดเจ็บ (แม่แบบ:Nowrap) และการเสียชีวิตเหตุแผลไหม้โดยมากเกิดกับผู้ชาย[4][12] แผลไหม้เพราะไฟเกิดมากที่สุดในคนอายุระหว่าง แม่แบบ:Nowrap เทียบกับการถูกลวกที่เกิดมากสุดในเด็กอายุน้อยกว่า 5แม่แบบ:Nbspขวบและคนชราอายุเกิน 65แม่แบบ:Nbspปี[4] แผลไหม้เหตุไฟฟ้าทำให้คนเสียชีวิต แม่แบบ:Nowrap[88] ฟ้าผ่าทำให้คนเสียชีวิต แม่แบบ:Nowrap[16] ในยุโรป แผลไหม้แบบตั้งใจเกิดกับชายวัยกลางคนบ่อยสุด[35]
ประเทศกำลังพัฒนา
ในอินเดีย คนประมาณ แม่แบบ:Nowrapได้แผลไหม้ที่สำคัญ แต่น้อยคนมากที่จะได้ดูแลในศูนย์รักษาแผลไหม้[89] อัตราสูงสุดเกิดในหญิงอายุระหว่าง แม่แบบ:Nowrap[89] เหตุส่วหนึ่งก็เพราะครัวไม่ปลอดภัยและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่หลวม ๆ ตามปกติของคนอินเดีย[89] ประเมินว่า กรณี 1/3 เกิดจากเสื้อผ้าติดไฟจากไฟที่เปิดโล่ง[90] แผลไหม้ที่จงใจเป็นเรื่องสามัญและเกิดในอัตราสูงในหญิงอายุน้อย โดยเกิดจากความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายตัวเอง[17][35]
ประวัติ

ภาพวาดถ้ำจาก 3,500 ปีกว่าได้บันทึกเรื่องแผลไหม้และวิธีรักษา[11] บันทึกการรักษาแผลไหม้อียิปต์ที่เก่าแก่สุดกล่าวถึงผ้าปิดแผลที่ใช้กับนมของมารดาที่มีทารกชาย[91] และพาไพรัสของเอดวินสมิทเมื่อ แม่แบบ:Nowrap กล่าวถึงการรักษาด้วยน้ำผึ้งและยาทาที่ทำจากพืช[11] มีวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่ใช้ในประวัติศาสตร์ รวมทั้งใบชาที่พบในบันทึกจีน แม่แบบ:Nowrap, ไขมันหมูและน้ำส้มสายชูโดยฮิปพอคราทีสเมื่อ แม่แบบ:Nowrap และไวน์กับยางไม้หอม (myrrh) โดยนักสารานุกรมชาวโรมัน Aulus Cornelius Celsus ที่บันทึกไว้เมื่อ แม่แบบ:Nowrap[11] ช่างตัดผม-นักผ่าตัดแม่แบบ:Efn-ua ชาวฝรั่งเศส Ambroise Paré เป็นผู้กล่าวถึงแผลไหม้ระดับต่าง ๆ เป็นคนแรกในคริสต์ทศวรรษ 1500[92] ส่วนแพทย์ชาวฝรั่งเศสกีโยม ดิวพวีแตรน (Guillaume Dupuytren) ได้ขยายระดับเช่นนี้เป็นถึง 6 ระดับในปี 1832[11][93]
รพ. รักษาแผลไหม้แห่งแรกได้เปิดในกรุงลอนดอนปี 1843 และการพัฒนาวิธีการรักษาแผลไหม้ตามที่พบในปัจจุบันก็เริ่มเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่แม่แบบ:Nbsp19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่แม่แบบ:Nbsp20[11][92] ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นักเคมีชาวอังกฤษ Henry Drysdale Dakin และศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส Alexis Carrel ได้พัฒนามาตรฐานการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อแผลกับแผลไหม้โดยใช้สารละลายแม่แบบ:Nowrapซึ่งลดอัตราตายอย่างสำคัญ[11] ในคริสต์ทศวรรษแม่แบบ:Nbsp1940 ความสำคัญในการตัดหนัง/อวัยวะออกและการปลูกถ่ายหนังก็รู้แล้ว ในเวลาเดียวกัน การให้น้ำเกลือและสูตรการให้ก็ได้พัฒนาขึ้น[11] ในคริสต์ทศวรรษแม่แบบ:Nbsp1970 นักวิจัยได้แสดงความสำคัญของภาวะมีเมแทบอลิซึมเกินที่ติดตามแผลไหม้ขนาดใหญ่[11] แม่แบบ:Clear
เชิงอรรถ
อ้างอิง
อ้างอิงอื่น ๆ
แหล่งข้อมูลอื่น
แม่แบบ:Medical resources แม่แบบ:Commons category
- ↑ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 2.0 2.1 แม่แบบ:Cite web
- ↑ 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 แม่แบบ:Cite web
- ↑ 4.00 4.01 4.02 4.03 4.04 4.05 4.06 4.07 4.08 4.09 4.10 4.11 4.12 4.13 4.14 4.15 4.16 4.17 4.18 4.19 4.20 4.21 4.22 4.23 4.24 4.25 4.26 4.27 4.28 4.29 4.30 4.31 4.32 4.33 4.34 4.35 4.36 4.37 4.38 4.39 4.40 4.41 4.42 4.43 4.44 4.45 4.46 4.47 4.48 4.49 4.50 4.51 4.52 4.53 4.54 4.55 4.56 4.57 4.58 4.59 4.60 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 5.00 5.01 5.02 5.03 5.04 5.05 5.06 5.07 5.08 5.09 5.10 5.11 5.12 5.13 5.14 5.15 5.16 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 7.00 7.01 7.02 7.03 7.04 7.05 7.06 7.07 7.08 7.09 7.10 7.11 7.12 7.13 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 8.0 8.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 9.0 9.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 10.0 10.1 10.2 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 11.6 11.7 11.8 แม่แบบ:Cite bookแม่แบบ:ลิงก์เสีย
- ↑ 12.0 12.1 12.2 แม่แบบ:Cite web
- ↑ 13.00 13.01 13.02 13.03 13.04 13.05 13.06 13.07 13.08 13.09 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 14.00 14.01 14.02 14.03 14.04 14.05 14.06 14.07 14.08 14.09 14.10 14.11 14.12 14.13 14.14 14.15 14.16 14.17 14.18 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 15.0 15.1 15.2 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 16.0 16.1 16.2 16.3 16.4 16.5 16.6 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 17.00 17.01 17.02 17.03 17.04 17.05 17.06 17.07 17.08 17.09 17.10 17.11 17.12 17.13 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 18.0 18.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ National Burn Repository Pg. i
- ↑ 22.0 22.1 22.2 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 24.0 24.1 24.2 24.3 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite web
- ↑ 27.0 27.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 28.0 28.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 33.0 33.1 33.2 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 34.0 34.1 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 35.0 35.1 35.2 35.3 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 36.0 36.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 37.0 37.1 แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 40.0 40.1 40.2 40.3 40.4 40.5 40.6 40.7 แม่แบบ:Cite book
- ↑ 41.0 41.1 41.2 41.3 41.4 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 43.0 43.1 43.2 43.3 แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 49.0 49.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 56.0 56.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 57.0 57.1 57.2 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 64.0 64.1 แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 70.0 70.1 70.2 70.3 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite web
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 76.0 76.1 แม่แบบ:Cite journalแม่แบบ:ลิงก์เสีย
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 79.0 79.1 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 81.0 81.1 National Burn Repository, Pg. 10
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ 84.0 84.1 แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite web
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 89.0 89.1 89.2 แม่แบบ:Cite journal
- ↑ แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite journal
- ↑ 92.0 92.1 แม่แบบ:Cite book
- ↑ แม่แบบ:Cite book