สมการชาชิโย

จาก testwiki
รุ่นแก้ไขเมื่อ 13:43, 9 มกราคม 2568 โดย imported>อมฤตาลัย
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สมการชาชิโย คือ สมการที่อธิบายพลังงานสหสัมพันธ์ของก๊าซอิเล็กตรอนที่มีอันตรกิริยา มีความสำคัญในทางฟิสิกส์ของไทย[1] และของโลก[2] สมการดังกล่าวถูกเสนอขึ้นในปี พ.ศ. 2559 โดย ดร.ทีปานิส ชาชิโย[3] และถูกเรียกโดยตำราวิชาการหรืองานวิจัย[4][5][6][7][8] ว่า “Chachiyo correlation functional” หรือ “สมการชาชิโย”[1] โดยมีรูปสมการดังนี้

ϵc(rs)=Alog(1+Brs+Crs2)

เมื่ออิเล็กตรอนอยู่ภายในสสาร มุมมองหนึ่งก็คือ มันอยู่ในสถานะ “ก๊าซ” ซึ่งสมมุติให้เป็นระบบเอกพันธ์ (homogeneous) กล่าวคือ มีความหนาแน่นสม่ำเสมอ ρ=N/V และตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับความหนาแน่นก็คือ rs เป็นพารามิเตอร์ที่บอกรัศมีของทรงกลมสมมติอันหนึ่ง ที่บรรจุอิเล็กตรอนได้หนึ่งตัวพอดี เรียกว่า รัศมีไซส์ (Seitz radius) นอกจากนี้ พารามิเตอร์ rs ยังบอกถึงระยะห่างระหว่างอิเล็กตรอนที่กระจายตัวกันอยู่ ตามโมเดลของก๊าซอิเล็กตรอนอันนี้ โลหะซึ่งมีอิเล็กตรอนอิสระกระจายตัวอยู่อย่างหลวม ๆ จะมี rs4 หรือประมาณ 2 อังสตรอม ในขณะที่บริเวณใกล้กับนิวเคลียส อิเล็กตรอนถูกบีบให้หนาแน่นสูงเนื่องจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้าจากนิวเคลียส ดังนั้น rs1 กล่าวคือ อิเล็กตรอนอยู่ใกล้กันมาก นั่นเอง

เมื่อสมมุติให้ก๊าซอิเล็กตรอนเป็นระบบเอกพันธ์ อิเล็กตรอนแต่ละตัวไม่ได้เคลื่อนที่อย่างอิสระ แต่มีอันตรกิริยาต่อกัน ส่งผลให้ระบบมีพลังงานที่จำแนกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ตามแต่ประเภทของอันตรกิริยานั้น ๆ และพลังงานชนิดหนึ่งก็คือ พลังงานสหสัมพันธ์ (Correlation Energy) [1]

ในปี พ.ศ. 2477 วิกเนอร์ (E. Wigner) ได้ประมาณค่าพลังงานสหสัมพันธ์ ในกรณี rs1 ที่มีรูปฟอร์มคล้ายกับอันตรกิริยาทางไฟฟ้า กล่าวคือ

ϵc=0.8757rs

นอกจากนี้วิกเนอร์ยังเป็นคนแรกที่ใช้ชื่อว่า พลังงานสหสัมพันธ์ ซึ่งมีความสำคัญเมื่อต้องการทำนายสมบัติต่าง ๆ ของสสารให้แม่นยำ เช่น พันธะเคมี โครงสร้างของผลึก การสั่นในระดับอะตอม และสภาพทางแม่เหล็กของโลหะ เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2500 เกลล์มานน์และบรุคเนอร์ (M. Gell-Mann and K. A. Brueckner) ได้ใช้วิธีทฤษฎีสนามควอนตัม (quantum field theory) เพื่อวิเคราะห์พลังงานสหสัมพันธ์ของระบบที่มีความหนาแน่นสูง หรือ rs1 มีรูปสมการดังนี้

ϵc(rs)=0.094+0.0622log(rs)+O(rs)

สิ่งที่ทั้งสองสมการข้างต้นยังขาดไปก็คือ การเชื่อมต่อ ทั้งสองลิมิต rs1 และ rs1 เข้าด้วยกัน เมื่อขาดรูปแบบของสมการเชิงวิเคราะห์ (analytic) ที่ครอบคลุมทุกช่วงของความหนาแน่นเข้าด้วยกัน จึงเป็นปัญหากับนักฟิสิกส์ทฤษฎีในสมัยนั้นอย่างมาก และต่อเนื่องมาหลายสิบปี นอกจากนี้ ความเรียบง่ายของสมการยังมีความสำคัญ เพราะในการคำนวณสมบัติหลายอย่างที่ตามมา เช่น แรง ความดัน ความจุความร้อน จะต้องมีการนำสมการดังกล่าวมาวิเคราะห์ในทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหาอนุพันธ์ การอินทิเกรต ซึ่งหากรูปแบบของพลังงานสหสัมพันธ์มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นเสียแล้ว การคำนวณสมบัติอื่น ๆ ที่จะตามมา ย่อมต้องซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

สมการชาชิโย เป็นสมการที่ครอบคลุมทั้งสองลิมิตและมีความเรียบง่าย ซึ่งถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกในบทความเรื่อง “Simple and accurate uniform electron gas correlation energy for the full range of densities”[3] นับเป็นสมการที่มีรูปแบบสวยงามมหัศจรรย์สมการหนึ่ง[1][9]

อ้างอิง

แม่แบบ:รายการอ้างอิง